ละไม มิวสิค
ละไม ไทยแลนด์
ละไม วาไรตี้
ละไม ต่างแดน
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา




สิงคโปร์ ( SINGAPORE )

    

          สิงคโปร์ 
( SINGAPORE ) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสิงคโปร์  ประเทศเล็ก ๆ ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ และเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกับบ้านเรา ที่ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงไปเยี่ยมเยือนกันมาแล้ว บางท่านไปมาแล้วหลายครั้งเสียด้วยซ้ำ

           สิงคโปร์  มีพื้นที่ประมาณ 618 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยรายรอบอีกประมาณ 60 เกาะ ประชากรในประเทศมีประมาณ 5 ล้านคน ในจำนวนนี้ประกอบด้วยชาวสิงคโปร์ 3 เชื้อสายหลัก ๆ  ได้แก่ เชื้อสายจีนซึ่งมีจำนวนมากที่สุดถึง 76.5 % เชื้อสายมาเลย์ 13.8 % เชื้อสายอินเดีย 8.1 % และเชื้อสายอื่น ๆ อีกประมาณ 1.6 % ยังไม่รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานอีก ซึ่งมีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว ชาวสิงคโปร์ถึงแม้จะมีหลากหลายเชื้อสาย หลากหลายวัฒนธรรมแต่เขาก็อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

          ส่วนภาษาที่ใช้ในทางราชการมีถึง 4 ภาษา คือ ภาษามาเลย์ ทมิฬ อังกฤษ และ จีน แต่ภาษาหลัก ๆ ที่ใช้สื่อสารกันในชีวิตประจำวันมี 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ทำให้อดนึกอิจฉาประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ได้ว่าประชากรของเขาสามารถพูดได้ทั้งสองภาษา แต่สำเนียงภาษาอังกฤษของเขาจะออกไปทางอังกฤษสำเนียงจีน หรือที่เรียกกันว่า ซิงลิช (Singapore English ) ถ้าสังเกตให้ดี ชาวสิงคโปร์พูดภาษาอังกฤษมักจะมีคำลงท้ายว่า “หล่า”  ( La ) เช่น โอเค หล่า ( OK La )

         หลาย ๆ ท่านทราบกันดีอยู่แล้วว่า สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ คือ เมอร์ไลออน ( Merlion ) หรือ สิงโตทะเล มีลักษณะเป็นรูปปั้นสีขาว มีหัวเป็นสิงโต ลำตัวเป็นปลา ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดคลื่น เมอร์ไลอ้อนในประเทศสิงคโปร์มี 3 ตัว ตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ที่เกาะเซ็นโตซา ส่วนอีก 2 ตัวตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ผู้ออกแบบสัญลักษณ์ เมอร์ไลอ้อน ชื่อนายฟราเซอร์ บรูนเนอร์ (Mr.Fraser Brunner) ซึ่งเขาเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟ โดยหัวรูปปั้นที่เป็นรูปสิงโต หมายถึง สิงโตที่เจ้าชายซางนิลาอุตามะเคยเห็นตอนที่พระองค์พบเกาะสิงกะปุระในปีค.ศ.ที่ 11 ตามบันทึกโบราณของชาวมาเลย์ ส่วนลำตัวเป็นปลา หมายถึง สัญลักษณ์ของเมืองโบราณเทมาเซ็ค (หมายถึง ทะเล) สิงคโปร์ถูกค้นพบมาแล้วก่อนที่เจ้าชายนิลาจะตั้งชื่อเกาะนี้ว่า “สิงกะปุระ” ซึ่งหมายความว่า เมืองแห่งสิงโต ในภาษาสันสกฤต ในสมัยอดีตพื้นที่ของประเทศสิงคโปร์ในปัจจุบันเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงมาก่อน และเคยตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของประเทศอังกฤษ เพิ่งได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ปี ค.ศ.1965 และในวันนี้ก็ถือเป็นวันชาติของสิงคโปร์อีกด้วย ซึ่งเขาใช้เวลาเพียงสี่สิบกว่าปีในการพัฒนาประเทศของเขา โดยเฉพาะให้ความสำคัญด้านการศึกษา เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคเอเชีย จนปัจจุบันกลายเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่สุด

           แหล่งท่องเที่ยวในสิงคโปร์อันที่จริงก็มีไม่มากเท่าไรหากเทียบกับบ้านเรา ดังนั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลาท่องเที่ยวในสิงคโปร์ประมาณ 3 – 4 วัน แต่ที่ผมไม่อยากให้พลาดเลยก็คือ การขึ้นชิงช้าสวรรค์ Singapore Flyer อาจจะขึ้นในวันแรกที่มาถึงก็ได้ ยิ่งช่วงเย็นโพล้เพล้ผมว่ายิ่งสวยครับ Singapore Flyer มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 165 เมตร หรือเท่ากับตึก 42 ชั้น ช่วงชิงตำแหน่งชิงช้าสวรรค์ก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกมาจาก ลอนดอน อาย (London Eye) ที่สูง 135 เมตร มาได้ตั้งแต่ปีค.ศ.2008 แต่ละกระเช้ามีลักษณะคล้ายแคปซูล สามารถจุคนได้ถึง 28 คน ใช้เวลาหมุน 1 รอบ 30 นาทีครับ ค่าขึ้นกระเช้าท่านละ 33 SGD แต่ผมว่าคุ้มค่าครับ ชมทัศนียภาพของเกาะสิงคโปร์จากมุมสูงเหนืออ่าวมาริน่าเบย์ และสามารถมองเห็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นไฮไลท์สำคัญของสิงคโปร์ได้อย่างตื่นตา

    

          สวนนกจูร่ง (Jurong Bird Park) น่าจะเป็นที่ถูกใจของทุกคนในครอบครัว พบกับนกหลากสีสัน กว่า 1,000 สายพันธุ์ที่มีมากกว่า 8,000 ตัว บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร นกแต่ละตัวจะเชื่องมาก บางทีก็บินมาเกาะไหล่ เกาะแขนนักท่องเที่ยว หรือบินมากินอาหารที่อยู่ในมือเรา โดยเฉพาะที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของนกโนรีซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และปาปัวนิกีนี นอกจากนี้ยังมีโชว์การแสดงความสามารถของนกพันธุ์ต่าง ๆ ให้ชมกันอีกด้วย

          สถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันดี คือ เกาะเซนโตซา ( SENTOSA ) มาเที่ยวที่นี่ต้องมีเวลา 1 วันเต็ม ๆ ครับ การเดินทางมาที่นี่มีหลายวิธี ทั้งรถยนต์ กระเช้าลอยฟ้าที่เปิดให้บริการมากว่า 30 ปีแล้ว สามารถขึ้นกระเช้าได้จากที่สถานี Mount Faber เป็นสถานีต้นทางตั้งอยู่บนเขา หรือ สถานี Harbour Front Tower Two ที่ตึก World Trade Center ก็ได้ ซึ่งกระเช้าไฟฟ้าก็มาจากสถานี Mount Faber นั่นแหละ แล้วก็มารับที่สถานี Harbour Front เพื่อที่จะไปที่เกาะเซนโตซาด้วยกัน หากเลือกเดินทางโดยการนั่งกระเช้าไฟฟ้า นักท่องเที่ยวจะได้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ชมวิวทิวทัศน์ในมุมสูง เนื่องจากกระเช้าอยู่สูงเหนือผิวน้ำประมาณ 60 เมตร หนึ่งกระเช้าจุคนได้ประมาณ 4 – 6 คน ใช้ระยะเวลาเดินทางจากตึก World Trade Center ไปยังเกาะเซนโตซาประมาณ 10 นาทีเท่านั้นเองครับ (ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร )  วิวสวยก็สวย แต่สูงก็สูงครับ ให้ความรู้สึกเหมือนเราล่องลอยอยู่บนฟ้า แต่มองลงมาเป็นทะเลลึกเชียว !! ใครที่กลัวความสูงก็แนะนำให้เลือกเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน MRT มาลงที่สถานี Harbour Front แล้วมาต่อรถไฟฟ้า Sentosa Express ดีกว่าครับซึ่งวิธีนี้ก็สะดวกดี เสียค่ารถ Sentosa Express อีกคนละ 3 SGD แต่เราสามารถใช้บริการไปสถานีต่าง ๆ บนเกาะได้ฟรีภายในเกาะนะครับ ที่นี่เป็นแหล่งรวมความสุขสนุกสนานของทุกเพศ ทุกวัย มีสถานท่องเที่ยว กิจกรรมมากมาย ในอดีตเกาะเซนโตซา เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงและฐานทัพของอังกฤษ ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 1972 มีทั้งรีสอร์ท พิพิธภัณฑ์ สนามกอล์ฟ ชายหาดเทียมที่สร้างขึ้นมาเรียกว่า Siloso Beach สถานที่จัดแสดงน้ำพุเต้นระบำ และที่โดดเด่นมาก ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมาก็คือ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (UNIVERSAL STUDIO SINGAPORE ) ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล

           เกาะเซนโตซา ( SENTOSA ) ในอดีตเกาะแห่งนี้ชื่อว่า Palau Blakang Mati เป็นภาษามลายู แปลว่า เกาะแห่งความตาย ฟังดูน่ากลัวใช่มั้ยครับ ที่เขาเรียกอย่างนี้ก็เพราะในสมัยก่อนที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงแล้วเกิดโรคระบาดไปทั่ว ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากครับ จนเมื่อใน ค.ศ.1972 ทางรัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนเกาะแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า เกาะเซนโตซา เป็นภาษามลายู แปลว่า ความสงบสุข

          ล่าสุด ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ สวนสนุกในเครือยูนิเวอร์แซลแห่งแรกที่เปิดให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ มีเครื่องเล่นทั้งหมด 24 ชนิด โดยเป็นเครื่องเล่นที่ออกแบบใหม่จำนวน 18 ชนิด พื้นที่สวนสนุกประกอบด้วย ธีมปาร์คที่รวมตัวละครและสถานที่ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดังของบริษัท  ดรีมเวิร์คส์ แอนิเมชั่น คือมาดากัสการ์ (Madagascar) และเชร็ค (Shrek)

    
    

          ธีมปาร์ค “มาดากัสการ์ : ป่วนป่าแอฟริกา (Madagascar : A Crate Adventure)  เป็นการจำลองเกาะมาดากัสการ์ขึ้นมา ประกอบด้วย ทะเล เรือเดินสมุทร และป่า ที่บรรดา 4 สหายคือ อเล็กซ์ มาร์ตี้ เมลแมน และกลอเรีย รวมถึงตัวละครเอกในเรื่อง เข้าไปในผจญภัยอยู่ในเกาะแห่งนี้ เครื่องเล่นในธีมปาร์คมาดากัสการ์ ประกอบด้วยการนั่งเรือผ่านฉากต่างๆที่เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ ซึ่งเหมือนกับได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยในเรื่องมาดากัสการ์ด้วยเช่นกัน

           ธีมปาร์คที่อยู่ใกล้ๆกันคือ ปราสาทฟาร์ ฟาร์ อเวย์ (FarFar Away Castle) ของฮีโร่ตัวเขียวเชร็ค และเจ้าหญิงฟีโอน่าในภาพยนตร์เรื่องเชร็ค ซึ่งเป็นปราสาทของกษัตริย์ฮาโรลด์และเป็นที่ประทับของเจ้าหญิงฟีโอน่า ตัวปราสาทมีความสูง 40 เมตร สิ่งที่น่าสนใจในธีมปาร์คแห่งนี้คือ มัลติมีเดียเชร็ค 4D, การโชว์ร้องเพลงของดองกี้ และเครื่องเล่นมหาสนุกเมจิก โพชั่น สปิน 

นอกจากนี้ยังมีโซนที่น่าสนใจอีก 5 โซน เช่น
โซนอียิปต์โบราณ Revenge of the Mummy เครื่องเล่นแบบ Roller Coaster ตะลุยฝ่ากองทัพมัมมี่ท่ามกลางความมืดมิดไปบนรถไฟเหาะความเร็วสูง ช่างเขย่าโสตประสาทซะเหลือเกินครับ ภายในตกแต่งราวกับได้เข้าไปอยู่ในยุคอียิปต์โบราณ

โซน The Lost World - Jurassic Park Rapids Adventure  ล่องแก่งสุดมันส์ พุ่งตัวลงมาท่ามกลางสายน้ำเพื่อหลบหนีเจ้าที-เร็กซ์ ไดโนเสาร์ที่แสนดุร้ายน่ากลัว นอกจากนี้ โซนนี้ยังมีโชว์การแสดงสตั๊นท์แมน ผาดโผนท้ามฤตยู จากภาพยนตร์เรื่อง The Water World มีฉากขับเรือเร็ว, ปาระเบิด และฉากไฮไลท์ นำเครื่องบินมาร่วมฉากด้วยแบบสมจริงครับ

โซน Si-Fi City ที่พลาดไม่ได้ คือ Battlestar Galactica มนุษย์ปะทะไซลอน ประลองความกล้าในการต่อสู้ข้ามจักรวาลบนรถไฟเหาะตีลังการางคู่ที่สูงที่สุดในโลก รถไฟเหาะตีลังกาของเขามี 2 สี คือสีแดง อันนี้เท้าของผู้เล่นวางอยู่ในตัวรถไฟ ส่วนสีน้ำเงิน หวาดเสียวกว่า เพราะเท้าของผู้เล่นลอย ไม่มีอะไรรองรับ ส่วนบนก็เป็นการแขวนไว้กับตัวรถไฟ ก็เลือกเอาละกันนะครับว่าชอบหวาดเสียวมากหรือน้อย แต่รับรองว่าได้กรี๊ดกันเสียงแหบแน่

แต่ที่ผมรู้สึกสนุกสะใจที่สุด ก็คือ Transformer 3D Ride เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นานมานี้เองครับ เป็นการนั่งรถที่จะขยับขึ้นลงซ้ายขวาได้ และรถก็เคลื่อนที่ไปแต่ละห้อง เสมือนว่าเปลี่ยนไปอีกฉากหนึ่ง บรรยากาศการต่อสู้ระหว่าง ฝ่าย Autobots และ Decepticon โดยเราเป็นฝ่ายพระเอก เป็นหุ่นตัวใหม่ ที่ในเนื้อเรื่องจะมีการไล่ล่า ทั้งบนพื้นดิน กลางอากาศ ดังนั้นจึงมีการหลบหลีก เร่งเครื่องชนตึก ฉากตกตึก เหมือนเราตกตึกในหนังสามมิติจริง ๆ บรรยากาศสมจริงมาก เสมือนเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ

โซนนิวยอร์ค นำเสนอความเจริญของเมืองใหญ่ แสงสีเสียง อาคารต่าง ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของนิวยอร์ค และสัมผัสบรรยากาศแห่งเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์และสเปเชี่ยลเอฟเฟค สร้างสรรค์โดย สตีเว่น สปิลเบิร์ค

โซนฮอลลีวูด แพนเทจฮอลลีวูดเธียเตอร์ แหล่งรวมความบันเทิงสไตล์บรอดเวย์ คุณสามารถขอถ่ายรูปกับดาราฮอลลีวูด (ฉบับก๊อปปี้) บนถนนสายบันเทิงแห่งนี้

    
     

          หากมีวันว่าง ๆ ชิล ๆ ก็หาเวลาไปสถานที่สำคัญที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ก็ดีครับ จะได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้ อย่างเช่น น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง (Fountain of Wealth) ความสำคัญของน้ำพุนี้ถือเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลงบันทึกในกินเนสบุ๊คเมื่อปี ค.ศ.1998 ตั้งอยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้าซันเทคซิตี้ (Suntec City ) ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ถือเป็นฮวงจุ้ยที่ดีของตึกนี้ที่มีน้ำอยู่ข้างหน้าตึก กล่าวกันว่า เมื่อไปถึงควรไปเดินวนรอบน้ำพุสัก 3 รอบ เพื่อความเจริญมั่งคั่งสมกับชื่อ น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง

          ย่านไชน่าทาวน์  เป็นแหล่งค้าขายของคนจีนแหล่งใหญ่ กลางคืนมี Night Market ส่วนใหญ่ขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ราคาไม่แพงมาก สร้างบรรยากาศคึกคักในการจับจ่ายซื้อของ ส่วนตึกรามบ้านช่องในย่านนี้มีทั้งตึกเก่าหลากสีสันสร้างตั้งแต่สมัยที่ยังตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ อยู่ปะปนกับตึกใหม่เป็นสีสันของย่านนี้

           ย่านไชน่าทาวน์  มีวัดที่น่าสนใจที่อยากแนะนำ คือ วัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic Temple)ที่ Sago Street เป็นวัดพุทธที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้า วัดนี้สร้างเสร็จปี ค.ศ.2005 เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถัง งบประมาณการก่อสร้างประมาณ 62 ล้านเหรียญสิงคโปร์ครับ ชั้นล่างเป็นห้องโถงใหญ่ใช้ประกอบศาสนพิธี ชั้น 2 และ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์และห้องหนังสือ ส่วนชั้น 4 เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว แต่ทางวัดเขาห้ามถ่ายภาพครับ

          ส่วนอีกวัดหนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมงดงามตามแบบฉบับวัดฮินดู วัดศรีมาริอัมมัน ( Sri Mariammam ) หรือที่เราเรียกว่า วัดแขก อยู่ที่ถนน Pagoda Street วัดแห่งนี้ประดับประดาด้วยรูปปั้นเทวดาแกะสลักจำนวนมากมีสีสันสวยงาม นับเป็นวัดฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ สร้างครั้งแรกด้วยไม้ทั้งหมดในปี ค.ศ.1827 เพื่ออุทิศให้กับพระศรีมาริอัมมัน หรือพระแม่อุมาเทวี ผู้เป็นเทวีแห่งอำนาจและสันติสุข ซึ่งชาวฮินดูในสิงคโปร์เชื่อกันว่า มีพลังในการรักษาโรคระบาดต่าง ๆ ต่อมาในปี ค.ศ.1862 ได้มีการบูรณะวัดแห่งนี้ใหม่ โดยเปลี่ยนวัสดุจากไม้เป็นปูนอย่างเช่นในปัจจุบัน การเดินทางมาที่วัดแขกนี้ นั่ง MRT มาลงที่สถานี Chinatown (NE4) และเดินมาที่ Exit A

          ปิดท้ายด้วยการช็อปปิ้งที่ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) เชื่อว่าถนนเส้นนี้เป็นที่รู้จักกันดีของนักช้อปชาวไทย เฉกเช่นถนนนาธานในฮ่องกง ในอดีตถนนออร์ชาร์ดเคยเป็นสวนผลไม้ สวนพริกไทยและจันทน์เทศเรียงรายตามแนวทางเดินมาก่อน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1840 ต่อมาในปี ค.ศ.1900 เกิดโรคระบาดทำลายพืชสวนเสียหายหมด ทำให้เจ้าของสวนต้องอพยพออกไปภายในเวลารวดเร็ว แต่ปัจจุบันถนนออร์ชาร์ดได้กลับกลายเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงของสิงคโปร์ มีห้างสรรพสินค้า และช้อปปิ้ง มอลล์แห่งใหญ่หลายแห่ง เช่น เซ็นเตอร์พ้อยท์, พารากอน แหล่งรวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลก, วิสมา อาเทรีย ตัวอาคารสีน้ำเงินโดดเด่นสะดุดตา เป็นที่ตั้งของห้างอิเซตัน, แทงส์ พลาซ่า เป็นศูนย์การค้าเก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ ขายสินค้าทุกชนิดครบวงจร, หงี่อานซิตี้ ซึ่งภายในเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง ทากาชิมาย่า แล้ว ยังมีสินค้าพวกเครื่องกีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณี เครื่องประดับอีกมากมาย ให้ช้อปปิ้งกันอย่างจุใจครับ




ละไม ต่างแดน

10 อันดับ เมืองน่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก
เมลเบิร์น ออสเตรเลีย article
เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย
Munich Germany
Madagascar’s Seven Wonders
เซิ่นเจิ้น (Shenzhen)
Pulau Langkawi
ลาว บ้านพี่ เมืองน้อง
Amsterdam
มาเลเซีย มนต์เสน่ห์ไม่เคยจางหาย
NEWYORK CITY
ท่องเมืองเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์
Visit Korea
ประเทศเกาหลีใต้ ตอนที่ 2
Downunder ดินแดนแห่งซีกโลกใต้
มาเก๊า MACAU
เวียดนาม ตอนที่ 2
กำแพงเมืองจีน
เวียดนาม
YOKOSO JAPAN
โสมเกาหลี