ReadyPlanet.com
dot dot




Munich Germany

มิวนิค เมืองหลวงแห่งเบียร์เยอรมัน


          เมืองมิวนิค (
Munich ) ประเทศเยอรมนี ในภาษาเยอรมันออกเสียงว่า “มึนเช่น” (Muenchen ) เมืองหลวงของรัฐไบเอิร์น (บาเยิร์น) หรือแคว้นบาวาเรียในภาษาอังกฤษนั่นเอง และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเบียร์เยอรมันอีกด้วย ย้อนอดีตไปเมื่อราวศตวรรษที่ 10-11 มีพระจาก Tegernsee Abbey ได้มาตั้งรกรากที่ริมฝั่งแม่น้ำอีซาร์ (Isar) ซึ่งมีน้ำที่เขียวใสไหลลงมาจากเทือกเขา จึงเรียกชื่อเมืองนี้ว่า Muenchen มีรากศัพท์มาจากคำว่า Monche ในภาษาเยอรมันแปลว่า พระ


          หากใครได้มาเยือนเมืองมิวนิค รับรองไม่ผิดหวังกับการได้ชื่นชมศิลปะและสถาปัตยกรรมในสไตล์บาร็อค และเรอเนสซองส์ ความรุ่งเรืองมั่งคั่งทางศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าก็ยังคงปรากฏอยู่จวบจนทุกวันนี้

          เมืองมิวนิค เป็นเมืองใหญ่อันดับ
3 ของเยอรมนี แม้จะไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศดังเช่นกรุงเบอร์ลิน แต่ก็เป็นเมืองใหญ่ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมืองหลวงของประเทศเลย ประชากรประมาณ 1.3 ล้านคน เป็นจุดเริ่มต้นและจุดศูนย์กลางของการเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น ๆ ในยุโรป เป็นเมืองที่ผู้คนพลุกพล่าน หลายเชื้อชาติ หลายภาษามาอาศัยทำมาหากินอยู่ที่นี่ ค่าครองชีพราคาค่อนข้างสูง ถึงจะเป็นเมืองที่มีความทันสมัย มีเทคโนโลยี่ใหม่ ๆ เข้ามาแทรกซึม แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งก็เป็นเมืองที่ยังคงมีมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมประเพณีพื้นเมืองแบบบาวาเรียนซ่อนเร้นอยู่ หากท่านมีเวลาสักหนึ่งวันในเมืองมิวนิค ผมขอแนะนำสถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาด ดังต่อไปนี้ครับ

โบสถ์เฟราเอ่นเคียร์ชเช่อ (
The Frauenkirche) ในภาษาเยอรมัน “เฟราเอ่น” แปลว่า ผู้หญิง ส่วน “เคียร์ชเช่อ”  แปลว่า โบสถ์  ซึ่งก็หมายถึง โบสถ์พระแม่มารีทรงหัวหอมคู่ ลักษณะรูปทรงของโบสถ์เป็นทรงโดมหัวกลม ๆ สองโดมคู่กัน ก็เลยเรียกให้จำง่ายว่าทรงหัวหอมคู่ซะเลยครับ โบสถ์แห่งนี้สร้างด้วยอิฐสีแดง สูง 99 เมตร ที่สำคัญโบสถ์นี้ ยังถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิวนิคด้วย ท่านผู้อ่านคงจะพบเห็นภาพ โบสถ์เฟราเอ่นเคียร์ชเช่อ ได้บ่อยตามนิตยสารท่องเที่ยวหรือในโปสการ์ด ว่าแล้วก็ขึ้นบันไดภายในโบสถ์ที่มีความสูงสักสองสามร้อยขั้นเห็นจะได้ พอขึ้นไปถึงชั้นบนเป็นจุดชมทัศนียภาพของเมืองมิวนิคอย่างเต็มตา สวยงามมากครับ ส่วนตัวโบสถ์นั้น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1468 แต่ถูกทำลายเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะในปี 1953 สิ่งสำคัญภายในโบสถ์คือ แท่นบูชา ที่ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า และรอยเท้าปีศาจ (Devil’s Footprint) หน้าโถงทางเข้าที่มีเรื่องเล่าอยู่ในนิทานพื้นบ้านของชาวมิวนิค แถว ๆ นี้เป็นแหล่งร้านค้า ร้านอาหารให้จับจ่ายใช้สอยกันด้วย บริเวณใกล้ ๆ กันมี จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์






มาเรียนพลาตซ์
(Marienplatz) คำว่า “พลาตซ์ (platz)” เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า จัตุรัส ที่นี่เป็นเหมือนจัตุรัสกลางเมือง และเป็นหัวใจสำคัญของเขตเมืองเก่า ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นตลาด แต่ในปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่าง ๆ   ความโดดเด่นของที่นี่คือ รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ เมื่อขึ้นไปบนหอคอยมีจุดชมวิวในมุมสูงอันสวยงาม จุดเด่นอยู่ที่ Glockenspiel หอระฆังที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เวลา 11.00 น.ในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 17.00 น.ในหน้าร้อน เมื่อชมศาลาว่าการหลังใหม่แล้วก็ต้องไปชมศาลาว่าการหลังเก่าด้วยนะครับอยู่ใกล้กันนั่นล่ะครับ รวมทั้งโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (Peterkirche) ซึ่งเป็นโบสถ์แห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดของมิวนิค








พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (
Nymphenburg Castle) พระราชวังในสถาปัตยกรรมบาร็อคแห่งนี้ แต่เดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนของพระเจ้าลุดวิกที่ 1 พระราชวังนิมเฟนบูร์กได้รับการกล่าวขานถึงการตกแต่งภายในอันวิจิตรงดงาม และสวนที่ออกแบบจัดแต่งได้สวยงามสบายตาในสไตล์ฝรั่งเศส ใช้เป็นสวนที่ประทับในฤดูล่าสัตว์ ภายในพระราชวังมีห้องที่น่าเข้าเยี่ยมชม ได้แก่ Gallery of Beauties ของพระเจ้าลุดวิกที่ 1 แสดงภาพวาดสตรีสาวสวย 36 นางในวงสังคมมิวนิค รวมถึงภาพวาดนางโลล่า มอนเทซ นักเต้นรำชาวไอริช ผู้มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าลุดวิกที่ 1 ซึ่งเป็นสาเหตุให้พระองค์ต้องสละราชบัลลังก์ สำหรับค่าเข้าชมพระราชวังและสวนราคา 5 ยูโร  แต่ถ้าซื้อตั๋วรวมราคา 10 ยูโร เข้าชมได้ทั้งพระราชวัง สวน พิพิธภัณฑ์พอร์ซเลน และพิพิธภัณฑ์ราชรถ (Marstall Museum)







ไหน ๆ ก็มาถึงเมืองเบียร์กันทั้งที จะไม่พาไปชมโรงเบียร์กันได้ยังไง ผมจึงนำท่านผู้อ่านมาเยี่ยมเยือน

โรงเบียร์แบบพื้นเมืองเยอรมัน ฮอฟบราวเฮาส์
(Hofbrauhaus ) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสพลาตเซิลในตัวเมืองมิวนิค ที่นี่มีประวัติยาวนานมากว่า 400 ปี จึงกลายเป็นตำนานของโรงเบียร์เยอรมันแท้ ๆ ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสนุก ๆ ของดนตรีบาวาเรียน เคล้ากับเบียร์เย็น ๆ รสชาตินุ่มลิ้น ใกล้ๆ กันยังมีร้านขายของที่ระลึกหลายร้าน รวมถึงร้านขายของที่ระลึกของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิคสำหรับแฟนพันธุ์แท้คอลูกหนังอีกด้วยครับ













          งานเทศกาลประจำปีที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองมิวนิคต้องยกให้ เทศกาลเบียร์เยอรมัน อ๊อคโทเบอร์เฟส
( Oktoberfest ) จุดกำเนิดของเทศกาลนี้เริ่มมาจากช่วงรัชสมัยของกษัตริย์แมกซ์โจเซฟที่ 1 พระองค์ได้จัดงาน Oktoberfest เพื่อฉลองพิธีอภิเษกสมรสของพระราชโอรสในปี 1810 จนต่อมาได้กลายเป็นงานเลี้ยงฉลองที่จัดต่อเนื่องจนเป็นเทศกาลประจำปีอันโด่งดังไปทั่วโลก

เทศกาลเบียร์เยอรมัน
Oktoberfest
  เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกันยายนไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งนับเป็นเทศกาลเบียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่ชาวเมืองเบียร์รวมทั้งผู้คนจากทั่วโลกรอคอยกัน ในแต่ละปีจะมีผู้คนมาร่วมงานนี้หลายล้านคนจากทั่วโลกมาร่วมดื่มเบียร์กันอย่างสนุกสนาน การผลิตเบียร์เยอรมัน เขาเน้นว่าวัตถุดิบที่นำมาผลิตเบียร์ต้องมาจากธรรมชาติเท่านั้น อย่างเช่น น้ำ มอลส์ ยีสต์ นั่นหมายถึงว่า นอกจากเบียร์เยอรมันจะมีรสชาติกลมกล่อมแล้ว ยังรับรองความสะอาด ปลอดภัยด้วย สำหรับบรรยากาศสีสันภายในเทศกาลนั้น สุดคึกคักครื้นเครงด้วยดนตรีในสไตล์บาวาเรียน และอิ่มอร่อยกับอาหารหลากชนิด โดยเฉพาะไส้กรอกเยอรมันทานแกล้มกับเบียร์รสนุ่ม ๆ ช่างอร่อยเข้ากันจริง ๆ  นอกจากการดื่มกินแล้ว ยังมีการแสดงบนเวที ขบวนพาเหรด และเครื่องเล่นชนิดต่าง ๆ ราวกับงานวัดฝรั่ง เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่








          เอาล่ะครับเราได้ไปเที่ยวในเมืองตัวมิวนิคกันแล้ว คราวนี้เราไปท่องเที่ยวนอกเมืองที่เป็นไฮไลท์กันบ้างครับ เดินทางลัดเลาะไปตามเส้นทางสายโรแมนติคอัลไพน์โร้ด (
Alpine Road) ความยาวกว่า 300 กิโลเมตร ระหว่างทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance) และแบร์กเทสการ์เด้น (Berchtesgaden) เส้นทางนี้นำพาให้เราได้เยี่ยมยลความงามของปราสาทและป้อมปราการถึง 25 แห่ง ทะเลสาบ 21
แห่ง ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่สวยงามที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในเขตเยอรมนี

          ผมว่าโปรแกรมทัวร์ไม่พลาดที่นี่แน่นอน ปราสาทนอยชวานชไตน์ และปราสาทโฮเฮนชวานเกา ชื่ออาจเรียกยากสักหน่อยเพราะเป็นภาษาเยอรมัน หรือจะเรียกว่าเป็นปราสาทเทพนิยายก็ได้

ปราสาทนอยชวานชไตน์ ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่บนเนินเขาในเมืองฟุสเซ่น
( Fussen ) ซึ่งสามารถมองเห็นได้แต่ไกล เนื่องจากภูมิภาคแคว้นบาวาเรียนอัลไพน์ ประกอบด้วยภูเขา ทะเลสาบ  นิยายปรัมปรา และปราสาทแสนสวย จนได้ชื่อว่าเป็นภูมิภาคที่สวยที่สุดของเยอรมนี ปราสาทแห่งนี้สร้างในสมัยของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 18-19
ลักษณะเป็นปราสาทสีขาวที่มีรูปทรงดุจดังปราสาทในเทพนิยายตามจินตนาการ ภายในปราสาทมีภาพวาดฝาผนังสวยงาม บรรยายเรื่องราวจากละครโอเปร่าของคีตกวีชาวเยอรมัน ริชาร์ด วาคเนอร์ พระสหายคู่พระทัย และยังมีเครื่องเรือนแกะสลักประณีตงดงามน่าชม












ปราสาทโฮเฮนชวานเกา อยู่ถัดลงมาด้านล่าง เป็นวังเก่าแก่ที่ประทับของพระเจ้าลุดวิกที่
2
ในวัยเยาว์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการก่อสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์ จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้อยู่ที่ภาพวาดเรื่องราวอัศวินแห่งหงส์ในเทพนิยายพื้นบ้าน ส่วนเรื่องที่พักมีทั้งโรงแรมสไตล์บาวาเรียนแบบดั้งเดิมและโรงแรมแบบหรูหราไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ในเมืองโฮเฮนชวานเกา













ทะเลสาบคีมเซ (
Chiemsee) คำว่า “เซ (See )”  ในภาษาเยอรมัน แปลว่า ทะเลสาบ อยู่ห่างจากตัวเมืองมิวนิคมาทางตะวันออกเฉียงใต้เพียง 1 ชั่วโมง ทะเลสาบคีมเซ เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีทัศนียภาพสวยงามท่ามกลางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือไปยังเกาะกลางทะเลสาบ ชื่อ “เกาะแฮร์เรนอินเซล ( Herreninsel )” ได้ ถ้าแปลตรงตัวแปลว่า “เกาะผู้ชาย” ที่นี่มีปราสาทแฮร์เรนคีมเซ พระราชวังที่สร้างเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่โตตระการตางามสง่าที่สุดของพระเจ้าลุดวิกที่ 2  และล่องเรือไปที่ “เกาะเฟราเอ่นอินเซล ( Fraueninsel
)” ได้เช่นกัน แปลตรงตัวว่า “เกาะผู้หญิง” บนเกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักชีนิกายเบเนดิกทีน และหมู่บ้านชาวประมง มีร้านอาหารเมนูปลาสด ๆ ให้เลือกทานกันได้ ส่วนเรือที่ใช้บริการในทะเลสาบคีมเซ เป็นเรืออิเล็กทรอนิคส์ ไร้มลภาวะ ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้ทะเลคีมเซมีสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ น้ำในทะเลสาบเขียวใสสะอาด และอากาศดี จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง







          การเดินทางในเมืองมิวนิค สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวมากครับ เนื่องจากระบบการคมนาคมขนส่งที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ รถสาธารณะที่ให้บริการก็มีทั้งรถเมล์ รถราง รถไฟ
S-Bahn มี 8 สาย  รถไฟใต้ดิน U-Bahn มี 6 สาย  ตั๋วซื้อได้ที่เครื่องขายตั๋วหยอดเหรียญอัตโนมัติสีฟ้าที่มีสัญลักษณ์ “K”
มีอยู่รอบเมือง เลือกซื้อได้ทั้งแบบตั๋วเที่ยวเดียว หรือตั๋วแถบที่ใช้ได้หลายเที่ยว จำนวนแถบตั๋วที่จะต้องให้เครื่องตอกตั๋วตีตราประทับ ขึ้นอยู่กับจุดหมายที่ท่านจะเดินทาง จุดหมายใดต้องใช้แถบตั๋วกี่แถบมีบอกไว้ที่ตู้หยอดเหรียญ ส่วนแท็กซี่ สะดวกสบายก็จริง แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงทีเดียวครับ

          การเดินทางไปเที่ยวนอกเมือง หากเราไม่ได้ไปกับกรุ๊ปทัวร์ การเช่ารถขับก็สะดวกดี เพียงแต่ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ
18
ปีขึ้นไป มีใบขับขี่สากล และต้องสามารถขับรถแบบพวงมาลัยซ้ายได้นะครับ   

          ตราบจนทุกวันนี้ เมืองมิวนิค ยังคงเป็นเมืองที่น่าค้นหา รอคอยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกลิ่นอายของขนบธรรมเนียมประเพณีแบบชาวบาวาเรียนแท้ ๆ ที่เปี่ยมล้นไปด้วยมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหล

 

เรียบเรียง : ละไมไทยแลนด์ดอทคอม
ภาพ : Internet
ขอขอบคุณข้อมูล และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :

สำนักงานการท่องเที่ยวมิวนิค และสนามบินนานาชาติมิวนิคประจำประเทศไทย

บริษัท แปซิฟิค เลเช่อร์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2652 0507




ละไม ต่างแดน

10 อันดับ เมืองน่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก
เมลเบิร์น ออสเตรเลีย article
เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย
Madagascar’s Seven Wonders
สิงคโปร์ ( SINGAPORE )
เซิ่นเจิ้น (Shenzhen)
Pulau Langkawi
ลาว บ้านพี่ เมืองน้อง
Amsterdam
มาเลเซีย มนต์เสน่ห์ไม่เคยจางหาย
NEWYORK CITY
ท่องเมืองเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์
Visit Korea
ประเทศเกาหลีใต้ ตอนที่ 2
Downunder ดินแดนแห่งซีกโลกใต้
มาเก๊า MACAU
เวียดนาม ตอนที่ 2
กำแพงเมืองจีน
เวียดนาม
YOKOSO JAPAN
โสมเกาหลี



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เลขทะเบียนพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 0101553420020 © copyright In Siam Travel Co., Ltd. 2003 All Rights Reserved © copyright Lamaithailand 2007 All Rights Reserved
บริษัท อินสยาม พลัส จำกัด In Siam Plus Co., Ltd.
299/783 สุขาภิบาล 5 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10220
โทร. 08 6970 8319, 08 1988 3531 E-mail : info@lamaithailand.com