ReadyPlanet.com
ละไม มิวสิค
ละไม ไทยแลนด์
ละไม วาไรตี้
ละไม ต่างแดน
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา




10 อันดับ เมืองน่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก

         
          ในโลกอันวุ่นวายยุ่งเหยิงแบบนี้ จะมีที่ใดบ้างหนอ ที่จะเป็นที่พำนักพักใจ เป็นเมืองน่าอยู่ ที่สวยงามทั้งธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม ทำให้คิดขึ้นได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ทาง
Mercer สถาบันที่ปรึกษาการบริหารที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศรายชื่อ 10 อันดับเมืองน่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก จากผลการสำรวจคุณภาพชีวิต ประจำปี 2009 ของ Mercer ที่ครอบคลุม 215 เมืองทั่วโลก

          ลองมาดูกันสักหน่อยว่า มีเมืองใดในโลกที่ติดอันดับบ้าง เริ่มจาก

อันดับ
10 “เมืองซิดนีย์”(Sydney) ประเทศออสเตรเลีย ซิดนีย์ เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่สุดในประเทศออสเตรเลีย มีประชากรราว 4.5 ล้านคน มีท่าเรือและชายหาดบอนได (Bondi Beach)ที่สวยงาม

มีโรงโอเปร่า(
Opera House)ที่มีชื่อเสียง เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดของเมือง การออกแบบโครงสร้างของตัวโรงละคร ได้กลายเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่โด่งดังของศตวรรษที่ 20 มีเพียง 2 ฤดูกาลที่เมืองซิดนีย์ ได้แก่ฤดูร้อน และฤดูหนาว แต่โดยปกติบรรยากาศจะเป็นแบบสบาย ๆ อุณหภูมิเฉลี่ย25 เซลเซียส

นอกจากจะเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ
10 ของโลกแล้ว Mercer ยังระบุว่า ซิดนีย์เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ 15 ของโลกอีกด้วย





อันดับ 9 “เมืองเบอร์น”(BERN) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใจกลางเมืองนี้ยังคงเอกลักษณ์ของการเป็นเมืองเก่าแก่และเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมในยุคกลาง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก

ที่สำคัญ เมืองเบอร์น ยังเป็นสถานที่ซึ่ง อัลเบิร์ต ไอน์ไตน์ เคยเข้ามาอาศัยและทำงานราวปี ค.ศ.
1903(พ.ศ. 2446) ปัจจุบัน บ้านของเขาซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 49 ถนนแครมกาซเซ่ (Kramgasse) ได้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์บ้านไอน์ไตน์ ที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกแวะมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก




อันดับ 8 “เมืองแฟรงค์เฟิร์ต”(Frankfurt) ประเทศเยอรมนี เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป ทั้งยังเป็นที่ตั้งของธนาคารกลางยุโรป ตลาดหลักทรัพย์แฟรงค์เฟิร์ต และ German Federal Bank นอกจากความมั่งคั่งทางการเงินแล้ว เมืองนี้ยังมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นอยู่ที่วิหารแบบโกธิค สมัยศตวรรษที่ 14 ขณะเดียวกันก็มีตึกระฟ้ารูปทรงทันสมัยและสวยงามตั้งตระหง่านบริเวณใจกลางเมืองอีกด้วย









อันดับ 7 “เมืองมิวนิค”(Munich) ประเทศเยอรมนี เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย มีประชากรราว 1.36 ล้านคน แม้จะเป็นเมืองที่เจริญและมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป แต่เมืองนี้ยังคงอนุรักษ์โบราณสถานและสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่แบบโกธิคเอาไว้ ได้เป็นอย่างดี










อันดับ 6 “ เมืองดึสเซลดอร์ฟ”(Dussselddorf) ประเทศเยอรมนี เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านแฟชั่น โฆษณา และโทรคมนาคมของประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ ทุกๆ ปี จะมีนักท่องเที่ยวกว่า 4.5 ล้านคนทั่วโลก เดินทางมาชมขบวนพาเหรดสุดอลังการ ในช่วงเทศกาลคาร์นิวาลของเมืองดึสเซลดอร์ฟ









อันดับ 4 ร่วม (คะแนนเท่ากัน 2 เมือง จึงไม่มีอันดับห้า) “เมืองอ๊อคแลนด์”(Auckland) ประเทศนิวซีแลนด์ อ๊อคแลนด์ ตั้งอยู่ทางเกาะเหนือ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ ได้รับการขนานนามว่าเป็น "City of Sails" เนื่องจากมีท่าเทียบเรือที่สวยงามถึง 2 แห่ง คือ ท่าเรือ Waitemata ทางด้านทิศเหนือ และท่าเรือ Manukau ทางด้านทิศใต้

ในภาษาเมารีอ็อคแลนด์มีชื่อว่า
Tamaki-Makau-Rau แปลว่า หญิงสาวที่มีผู้มาขอความรักถึง 100 คน อ็อคแลนด์ได้สมญานามนี้มาจาก การที่เป็นภูมิภาคที่ชนเผ่าต่างๆ ต้องการครอบครอง บรรยากาศที่ผสมผสานกันของอ่าว หมู่เกาะ วัฒนธรรมโพลีนีเชี่ยนและความเป็นเมืองที่ทันสมัยก็ทำให้อ็อคแลนด์ติดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก




อันดับ 4 ร่วม “เมืองแวนคูเวอร์”(Vancouver) ประเทศแคนาดา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา "แวนคูเวอร์" มักได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สะอาด และน่าอยู่ที่สุดในโลก เมืองดังกล่าวถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุด และยังเป็นเมืองท่าชายฝั่งที่มีชื่อเสียงทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา

ปัจจุบัน แวนคูเวอร์ เป็นศูนย์กลางด้านการช้อปปิ้ง และการถ่ายทำภาพยนตร์ ทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก






อันดับ 3 “ เมืองเจนีวา”(Geneva) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เจนีวา เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (รองจากซูริค) โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในเขตตัวเมืองราว 185,000 คน และยังเป็นศูนย์กลางด้านการเงินที่สำคัญเป็นอันดับ 6 ของโลก

เจนีวา ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองนานาชาติ เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสำคัญๆ หลายองค์กร อาทิ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติประจำทวีปยุโรป องค์การอนามัยโลก (
WHO) องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น นอกจากนี้ เจนีวายังเป็นสถานที่จัดตั้งองค์กรสันนิบาตชาติ และกาชาดสากล ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของ www (World Wide Web) ตลอดจนเครื่องเร่งอนุภาคที่มีขนาดใหญ่และมีพลังงานสูงสุดในโลก หรือที่เรียกว่า Large Hadron Collider (LHC)



อันดับ 2 “เมืองซูริค” (Zurich)ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซูริค เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความมั่งคั่งที่สุดในยุโรป และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีประชากรอาศัยอยู่ในตัวเมืองทั้งสิ้นราว 1.68 ล้านคน เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางด้านการค้าและวัฒนธรรมของประเทศ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นอกจากนี้ ซูริค ยังเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องว่ามีคุณภาพการดำเนินชีวิตดีที่สุดในโลกจาก ผลการสำรวจของหลายสำนัก นับตั้งแต่ปี ค.ศ.
2006-2009







อันดับ 1 “เมืองเวียนนา”(Vienna) ประเทศออสเตรีย ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2009 จากผลการสำรวจของ Mercer เมือง ดังกล่าวมีความเข้มแข็งและมั่นคงทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเมือง เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า แสนโรแมนติกเมืองหนึ่งของโลก กรุงเวียนนา ยังได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งดนตรีคลาสสิก อมตะของโลก ซึ่งนักแต่งเพลงคลาสสิกไม่ว่าจะเป็น บีโธเฟ่น โมสาร์ท, ชูเบอร์ก, บราห์ม หรือ โยฮัน สเตราส์ ล้วนมาจากที่นี่







          มี 10 เมืองน่าอยู่ของโลก ก็ต้องมี 10 เมืองที่ไม่น่าอยู่ของโลก 10 อันดับ "เมืองที่ไม่น่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก" จากผลการสำรวจของ Mercerนั้นจะมีเมืองใดบ้างมาดูกัน

อันดับ 10 เมืองปอร์โตแปรงซ์ สาธารณรัฐเฮติ 'ปอร์โตแปรงซ์' เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐเฮติ เป็น ประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งอยู่บนเกาะฮิสปันโยลาในทะเลแคริบเบียน และเป็นชาติที่ยากจนที่สุดในซีกโลกตะวันตก มีประชากรอาศัยอยู่ราว 2.5-3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีไม่น้อยที่อยู่กันอย่างแออัดในพื้นที่สลัม แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองของที่นี่ จะยังไม่ค่อยสงบนัก แต่ปอร์โตแปรงซ์ ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเยี่ยมเยือนเป็นระยะๆ

อันดับ 9 เมืองกินชาซ่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 'กินชาซ่า' เป็นเมืองหลวง และเมืองใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีประชากรอาศัยอยู่ราว 8 ล้านคน เมื่อปีค.ศ. 2004 กินชาซ่า ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองอันตรายที่สุดในแอฟริกา เนื่องจากหลังสิ้นสุดสงครามคองโกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 2003 (สงครามเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998-2003) อันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน ประชาชนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ก็ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เมืองกินชาซ่า มีอัตราการเกิดคดีอาชญากรรมสูงมาก คิดเป็นอัตราส่วนอาชญากร 112.3 คน ต่อประชากร 100,000 คน เลยทีเดียว

อันดับ 8 เมืองนูแอกช็อต สาธารณรัฐอิสลามมอริเตเนีย เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศมอริเตเนีย ตั้งอยู่บนฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เดิมทีเป็นเมืองเล็กๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง แต่หลังจากปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) เป็นต้นมา เมืองดังกล่าวก็เริ่มแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน นูแอกช็อต มีประชาชนอาศัยอยู่เกือบ 9 แสนคน และในจำนวนนี้ มีไม่น้อยที่อพยพเข้ามาเพื่อหนีปัญหาความแห้งแล้ง

อันดับ 7 เมือง Pointe Noire สาธารณรัฐคองโก เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศคองโก ตั้งอยู่ท่ามกลางบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในแอฟริกากลาง เมืองนี้มีสถิตินักท่องเที่ยวโดนทำร้ายและปล้นทรัพย์บ่อยครั้ง จนทางการต้องประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังโดนทำร้ายร่างกายเพื่อแย่งชิง รถ และไม่ให้ออกมาเดินตามท้องถนนในยามค่ำคืน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าไปยังเมืองนี้ก็คือ ชายหาดสวยๆ และเหมาะแก่การเล่นเซิร์ฟหลายแห่งนั่นเอง

อันดับ 6 เมืองซานา สาธารณรัฐเยเมน เป็นเมืองหลวงของประเทศเยเมน มีประชากรอาศัยอยู่ราว 2 ล้านคน นอกจากตึกระฟ้าและอาคารบ้านเรือนที่ทันสมัยแล้ว เมืองนี้ยังเต็มไปด้วยโบราณสถานและสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่มากมาย องค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1986 (พ.ศ. 2529) แต่หลังเกิดเหตุการณ์ทำร้ายชาวต่างชาติ และระเบิดสถานทูตสหรัฐ เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปในเมืองซานาน้อยมาก

อันดับ 5 เมืองคาร์ทูม สาธารณรัฐซูดาน เป็นเมืองหลวงของรัฐคาร์ทูมและประเทศซูดาน ตั้งอยู่บริเวณที่มีการบรรจบกันของแม่น้ำไวท์ไนล์ ซึ่งไหลมาจากทะเลสาบวิกตอเรีย และแม่น้ำบลูไนล์ที่ไหลมาจากประเทศเอธิโอเปีย ตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2,207,794 คน ปัจจุบัน ซูดานยังคงมีปัญหาความไม่สงบและมีการสู้รบกันภายในประเทศ เป็นเหตุให้มีประชาชนล้มตายเป็นจำนวนมาก

อันดับ 4 เมืองบราซซาวิล สาธารณรัฐคองโก เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของ "สาธารณรัฐคองโก" มีประชากรอาศัยอยู่ราว 1 ล้านคน เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคองโก โดยมีกินชาซ่า เมืองหลวงของ "สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงกันข้าม บราซซาวิลถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1880 (พ.ศ. 2423) โดยนักสำรวจชาวยุโรปที่ชื่อ "ปิแอร์ เซเวอร์แกน เดอ บราซซา" อุตสาหกรรมหลักของเมืองนี้ คือ สิ่งทอ และการฟอกหนัง อย่างไรก็ตาม เมืองนี้มักเกิดปัญหาความขัดแย้งและมีเหตุการณ์นองเลือดบ่อยครั้ง นับตั้งแต่ยุคปี 90 เป็นต้นมา ทั้งความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและผู้ก่อการจราจล รวมถึงความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเหตุให้มีประชาชนล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงเกิดการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานเพื่อหนีภัยสงครามในที่สุด

อันดับ 3 เมืองเอ็นจาเมนา สาธารณรัฐชาด (Chad) ถูกค้นพบโดยชาวฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1900 (พ.ศ. 2443) ปัจจุบัน เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศชาด มีประชากรอาศัยมากกว่า 700,000 คน อันที่จริงเมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่ง น่าเสียดายที่มักเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบและเกิดปัญหาการจราจลบ่อยครั้ง (เหตุการณ์นองเลือดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว) ทำให้คิดอันดับเมืองไม่น่าอยู่เป็นอันดับ 3 ของโลก

อันดับ 2 เมืองบังกี สาธารณรัฐแอฟริกากลาง เดิมเป็นที่ตั้งทางการทหารของประเทศฝรั่งเศส และเป็นศูนย์กลางการปกครองนับตั้งแต่ยุคโคโลเนียลจวบจนกระทั่ง ปัจจุบัน เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 5 แสนคน โดยมีอุตสาหกรรมหลัก คือ สิ่งทอ สบู่ และเบียร์ ที่สำคัญ โบราณสถานซึ่งมีอยู่มากมายทั้งในและรอบนอกเมืองบังกี ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก สาขาวัฒนธรรม จากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2006 สิ่งที่ทำให้บังกี ติดอันดับรองแชมป์เมืองไม่น่าอยู่ที่สุดในโลกคือ เหตุการณ์ความไม่สงบและ ปัญหาความรุนแรงที่มักเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปีนั่นเอง

อันดับ 1 เมืองแบกแดด สาธารณรัฐอิรัก เป็น เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศอิรัก ทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอาหรับ (รองจากไคโร) และใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ (รองจากกรุงเตหะราน) มีประชากรอาศัยในเขตเมืองมากกว่า 6.5 ล้านคน เมืองแบกแดด ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาการและวัฒนธรรม เพราะได้รับมรดกด้าน ตัวเลข ตัวอักษร ดวงดาว โหราศาสตร์ และการแพทย์ มาจากรุ่นบรรพบุรุษ

          ที่ผ่านมามักเกิดสงครามและเหตุการณ์ ไม่สงบบ่อยครั้งในเมืองแบกแดด (ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ สมาชิกรัฐสภาอิรัก เพิ่งถูกลอบยิงเสียชีวิต) แม้เหตุการณ์ต่างๆ จะเริ่มเบาบางลง แต่การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นระยะ จนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ ทำให้เมืองนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก จากผลการสำรวจของ Mercer

เรื่อง / ภาพ : Mameya Mgonline




ละไม ต่างแดน

เมลเบิร์น ออสเตรเลีย article
เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย
Munich Germany
Madagascar’s Seven Wonders
สิงคโปร์ ( SINGAPORE )
เซิ่นเจิ้น (Shenzhen)
Pulau Langkawi
ลาว บ้านพี่ เมืองน้อง
Amsterdam
มาเลเซีย มนต์เสน่ห์ไม่เคยจางหาย
NEWYORK CITY
ท่องเมืองเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์
Visit Korea
ประเทศเกาหลีใต้ ตอนที่ 2
Downunder ดินแดนแห่งซีกโลกใต้
มาเก๊า MACAU
เวียดนาม ตอนที่ 2
กำแพงเมืองจีน
เวียดนาม
YOKOSO JAPAN
โสมเกาหลี