ละไม มิวสิค
ละไม ไทยแลนด์
ละไม วาไรตี้
ละไม ต่างแดน
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา




อันดามันใต้ ตะรุเตา - อาดัง – ราวี – หลีเป๊ะ

         ทะเลสตูล นอกจากจะได้เปรียบในเรื่องทัศนียภาพอันสวยงาม น้ำทะเลใสแจ๋วแล้ว ยังมีความหลากหลายของวงจรชีวิตสัตว์ทะเลที่ถือเป็นเพชรเม็ดงามแห่งท้องทะเลอันดามันใต้ และยังเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคนที่อยากจะไปให้ถึงสวรรค์แห่งการดำน้ำ โดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่อันสับสนวุ่นวาย ถ้าลองจัดสรรเวลามาพักผ่อนกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์งดงาม พักสายตากับท้องทะเลสีคราม ดำน้ำดูปะการังและสรรพสิ่งมีชีวิตใต้ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ ก็คงจะเป็นวันพักผ่อนอันแสนวิเศษและคุ้มค่ากับการเดินทางจริง ๆ

 

          ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลจากกรุงเทพฯ เกือบพันโล แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาความสุขในวันพักผ่อนอย่างแท้จริง หมู่เกาะตะรุเตาคือจุดหมายข้างหน้าที่ต้องไปให้ถึงตามฝัน เราสามารถเดินทางไปจังหวัดสตูลได้หลายทาง ไม่ว่าจะนั่งรถทัวร์ปรับอากาศ ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งแบบ VIP และแบบธรรมดา มาลงที่ตัวอำเภอละงู หรือนั่งเครื่องบินมาลงที่จังหวัดตรัง หรืออำเภอหาดใหญ่ก็ได้ แล้วต่อรถไปที่ท่าเทียบเรือปากบารา อำเภอละงู

 

          “ ละงู เป็นอำเภอเล็ก ๆ แต่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือปากบาราซึ่งเป็นท่าเทียบเรือที่อยู่ใกล้เกาะตะรุเตามากที่สุด ดังนั้นทุก ๆ เช้าบรรยากาศบริเวณท่าเทียบเรือนั้นจะค่อนข้างดูวุ่นวาย ทั้งชาวบ้านที่ต้องโดยสารเรือไปทำงาน ทำธุระปะปัง หรือไปค้าขายสินค้า นั่นคือวิถีชีวิตประจำวันของชาวละงูส่วนหนึ่ง รวมถึงนักท่องเที่ยว ผู้ให้บริการด้านท่องเที่ยว และยังขวักไขว่ไปด้วยเรือโดยสาร เรือนำเที่ยวหลายต่อหลายลำจอดเรียงรายกันเพื่อเตรียมพร้อมให้บริการ ยิ่งช่วงเทศกาลไม่ว่าจะปีใหม่ สงกรานต์ หรือช่วงวันหยุดต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาราวกับคลื่นคนเลยทีเดียว จนอาจกล่าวได้ว่า การท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อำเภอละงูเจริญเติบโตจนเกือบจะเท่าอำเภอเมืองอยู่แล้ว

 

          อุทยานแห่งชาติตะรุเตา  อยู่ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งที่ท่าเทียบเรือปากบารา 22 กิโลเมตร ถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2517  เป็นต้นมา  มีพื้นที่ทั้งเกาะและทะเลรวมกันประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วย 2 หมู่เกาะใหญ่ ได้แก่ หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี  ซึ่งใน 2 หมู่เกาะนี้ก็ยังมีเกาะใหญ่น้อยรวมกันอีก จำนวน 51 เกาะ นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในปี พ.. 2525 ให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves) หมู่เกาะตะรุเตาเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมดำน้ำทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ไม่ว่าจะดำผิวน้ำ (Snorkeling) และดำน้ำลึก (Scuba) ด้วยแรงบวกจากความสวยงามของธรรมชาติใต้ท้องทะเล ทั้งฝูงปลาหลากสายพันธุ์ หมู่มวลสัตว์ทะเลชนิดต่าง ๆ รวมทั้งดอกไม้ทะเล และปะการังสีสันต่าง ๆ  ที่ปกติเราเคยเห็นแต่อยู่ในอแควเรียมหรือในหนังสารคดี แต่ ณ ที่แห่งนี้ อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเราจะได้พบเห็นสิ่งเหล่านี้แบบตัวเป็น ๆ 
 

 

          ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน เมษายน ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม เขาปิดอุทยานฯ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูมรสุมไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยวและต้องการให้เหล่าปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลได้หยุดพักผ่อนบ้าง หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการต้อนรับพวกเราเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวกันมาหลายเดือน  การดำน้ำดูปะการังนั้น ทางที่ดีควรศึกษาเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงบ้างก็ดีครับ เคยได้ยินมาว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำน้ำอยู่ระหว่างขึ้น-แรม 7-9 ค่ำ เนื่องจากการขึ้นลงของน้ำกำลังพอดีไม่เร็วจนเกินไป


          เกาะตะรุเตา นับเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของอุทยานฯ มีพื้นที่ 152 ตารางกิโลเมตร คำว่า ตะรุเตานี้ เพี้ยนมาจาก คำว่า ตะโละเตราในภาษามลายูแปลว่า มีอ่าวมาก   พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา เป็นป่าดิบชื้น และบางส่วนเป็นป่าชายเลน



อ่าวพันเตมะละกา เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โดยส่วนหนึ่งจัดเป็นนิทรรศการแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเกาะตะรุเตา อ่าวพันเตมะละกา นอกจากจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแล้ว ยังสามารถเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวผาโต๊ะบู ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 60 เมตร ใช้เวลาเดินขึ้นจุดชมวิวประมาณ 20 นาที แต่ขึ้นไปถึงบนผาโต๊ะบู แล้วรับรองได้ว่าคุ้ม เพราะจะได้เห็นทิวทัศน์ของอ่าวพันเตมะละกา และเกาะต่าง ๆ เช่น เกาะบุโหลน เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะราวี หมู่เกาะเภตรา ได้อย่างเต็มตาอีกด้วย และหากเรานั่งเรือหางยาวไปตามคลองพันเตมะละกาสักประมาณ 15 นาที ซึ่งตลอดสองข้างทางแน่นขนัดไปด้วยไม้โกงกาง ธรรมชาติป่าชายเลน ก็จะพบกับถ้ำจระเข้ เป็นถ้ำที่มีความลึกประมาณ 300 เมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามที่มีลักษณะรูปร่างแตกต่างกันไป การเที่ยวชมภายในถ้ำ ถ้าจะชมให้ทั่วควรใช้เวลาประมาณ 50 นาทีถึง 1 ชั่วโมง




อ่าวตะโละวาว
อยู่ทิศตะวันออกของเกาะ เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในอดีตเคยเป็นนิคมฝึกอาชีพสำหรับนักโทษกักกันและนักโทษอุกฉกรรจ์ ปัจจุบัน ทางอุทยานฯ ได้จำลองสถานที่ไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมพร้อมกับศึกษาประวัติศาสตร์ไปด้วยในตัว





เกาะไข่
อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตา 25 กิโลเมตร  เป็นเกาะที่มีรูปร่างลักษณะโดดเด่นติดตาตรึงใจผู้มาเยือน เปรียบเสมือนซุ้มประตูหินที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาโดยทอดโค้งจากผืนทรายจรดผืนทะเล ไม่มีใครที่มาที่นี่แล้วไม่ถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึก อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลด้วย ได้ยินคนเรือเล่าให้ฟังว่า หากใครมีคนรักหรือคนที่กำลังหมายปองอยู่ ให้พาคนนั้นเดินรอดใต้ซุ้มประตูหิน แล้วอธิษฐานขอพรจะทำให้ความรักสดใสซาบซ่า....( ไม่รู้จริงรึป่าว เขาว่างั้น ) รอบเกาะไข่มีหาดทรายละเอียดขาวเนียน และในแต่ละปีจะมีเต่าทะเลมาวางไข่อยู่บริเวณนี้

 

หมู่เกาะอาดังราวี  มีพื้นที่ประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายละเอียด ธรรมชาติสวยงามน่าประทับใจ นอกจากจะประกอบไปด้วยเกาะอาดัง และเกาะราวีแล้ว ยังมีเกาะน้อยใหญ่ตั้งอยู่รายรอบอีกหลายเกาะ เช่น เกาะหลีเป๊ะ เกาะดง เกาะหินงาม เกาะหินซ้อน เกาะจาบัง เกาะยาง เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นเกาะที่เหมาะสำหรับการดำผิวน้ำดูปะการังและนานาสรรพสิ่งใต้ท้องทะเล

 

เกาะอาดัง คำว่า "อาดัง" มาจากภาษามลายูว่า "อุดัง" แปลว่า "กุ้ง" เนื่องจากว่าในอดีตบริเวณนี้เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้งทะเล บนเกาะมีจุดชมวิว "ผาชะโด" ใช้เวลาเดินขึ้นไป 40 นาที เป็นลานโล่งมองลงไปจะเห็นทิวสนและแหลมทรายสีขาวของเกาะอาดัง ในอดีตผาชะโด เคยเป็นจุดสังเกตการณ์ของโจรสลัดเพื่อเข้าโจมตีเรือสินค้า แต่ทุกวันนี้กลายเป็นจุดชมและถ่ายรูปทัศนียภาพของเกาะอาดัง รวมทั้งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกอันสวยงาม

 



เกาะราวี
อยู่ห่างจากเกาะอาดังเพียง 1 กิโลเมตร เป็นเกาะที่เลื่องชื่อมากในเรื่องหาดทรายที่ขาวเม็ดละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด เงียบสงบ นักท่องเที่ยวนิยมแวะที่เกาะราวีเพื่อพักผ่อนเล่นน้ำบริเวณชายหาด ดำน้ำชมแนวปะการังน้ำตื้น และว่ายน้ำเล่นกับฝูงปลาตัวเล็ก ๆ  

 



เกาะหินงาม
ระหว่างที่ล่องเรือมา หากเรามองเห็นเกาะสีดำ ๆ มาแต่ไกล นั่นหมายถึงว่าเราใกล้จะมาถึงเกาะหินงามแล้ว เกาะแห่งนี้มีความพิเศษและความแปลกซึ่งเป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน นั่นคือ เป็นเกาะที่ไม่มีหาดทราย ทั่วทั้งเกาะมีแต่ก้อนหินมนกลมเกลี้ยงสีดำมะเมื่อม บางก้อนก็มีลวดลายเส้นสีขาวอยู่ในเนื้อหินราวกับเป็นศิลปะอยู่บนก้อนหิน เมื่อยามที่แสงแดดส่องสะท้อนมายังก้อนหินเหล่านั้นตัดกับพื้นผิวน้ำทะเลอันใสสะอาดจะเปล่งประกายระยิบระยับจับใจ แต่ข้อควรจำอย่างหนึ่งเมื่อไปถึงบนเกาะนี้ คือห้ามเก็บหินกลับไปแม้แต่เพียงก้อนเดียว ไม่ว่าจะเก็บเอาไปเป็นที่ระลึกหรืออะไรก็ตาม สังเกตว่า บนเกาะมีป้ายเตือนเกี่ยวกับคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตาว่า "ผู้ใดบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะนานานับประการ"

เกาะจาบัง-ร่องน้ำจาบัง บริเวณนี้ถือเป็นจุดดำน้ำไฮไลต์จุดหนึ่งจะเรียกว่ามีชื่อเสียงติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากบริเวณก้อนหินใต้น้ำรอบๆ เกาะ เป็นแหล่งปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเลสีสันสด ๆ สวยงาม ทั้งสีแดง สีเหลือง สีเขียว สีม่วง ระดับน้ำลึกราว 15-20 ฟุต เหมาะแก่การดำน้ำตื้น แต่หากดำน้ำลึกลงไปสัก 20-30 ฟุต จะเห็นเป็นสวนปะการังอ่อนสีสันต่าง ๆ ราวกับสวนดอกไม้ฤดูหนาวยังไงยังงั้นเลย


หมู่เกาะดง เป็นเกาะที่อยู่นอกสุดของหมู่เกาะอาดัง-ราวี เป็นแหล่งชมปะการังน้ำตื้นและปะการังน้ำลึก มีขอบแนวปะการังยาวเกือบกิโลเมตร แหล่งกำเนิดปะการังแข็งนับสิบกว่าชนิด รวมทั้งหอยมือเสือ และดาวขนนกที่โอนเอนพริ้วไหวไปตามกระแสน้ำ เจ้าดาวขนนกนี่ เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มันเคลื่อนที่ได้โดยใช้ขาที่อยู่ด้านใต้ลำตัวของมันไต่เดินไป หรือว่ายน้ำด้วยการใช้แขนที่มีอยู่จำนวนนับไม่ถ้วนของมันโบกว่ายไปมา นับเป็นสัตว์ที่มีลักษณะโบราณที่สุดในกลุ่มของพวกมัน เช่น พวกปลิงทะเล หอยเม่น สัตว์เหล่านี้จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับดาวขนนก ส่วนเกาะหินซ้อน มีลักษณะโดดเด่นมองเห็นมาแต่ไกล เป็นเหมือนก้อนหินทรงสี่เหลี่ยมที่วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ ราวกับมีการจัดวางไว้

 

เกาะหลีเป๊ะ เป็นที่ตั้งของเหล่าบรรดารีสอร์ททั้งหลาย ที่พักบนเกาะหลีเป๊ะนี้ไม่หรูหราเหมือนกับทางภูเก็ต พังงา กระบี่ แต่เน้นอิงธรรมชาติมากกว่า ห้องพักมีให้เลือกทั้งห้องพัดลมและห้องแอร์ นักท่องเที่ยวบางคนหากไม่ซีเรียสว่าต้องนอนห้องแอร์บวกกับต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เขาก็พักห้องพัดลมเพราะจะได้เสพกลิ่นอายบรรยากาศของธรรมชาติบนเกาะอย่างแท้จริง

 

          บนเกาะหลีเป๊ะนอกจากจะมีรีสอร์ทที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน บางครอบครัวเป็นลูกหลานนามสกุล หาญทะเล ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทานจากสมเด็จย่า ชาวบ้านมีอาชีพทำประมงกันเป็นส่วนใหญ่ และยังมีความเชื่อในแบบดั้งเดิมของหมู่ชาวเลด้วยกัน ทุก ๆ ปีในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชุมชนชาวเลจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ เพื่อประกอบพิธีลอยเรือ เป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง

 

          เกาะหลีเป๊ะ มีหาดสวยงามรายรอบเกาะ หาดทรายเม็ดละเอียดขาวเนียนเหมือนแป้ง หาดพัทยาเป็นโซนที่มีนักท่องเที่ยวแบบ Backpack อยู่จำนวนมาก และมีร้านสำหรับกิน-ดื่มเคล้าเสียงดนตรีในยามค่ำคืน หรือ Beach Bar อยู่หลายร้าน ชายหาดยาวโค้งเว้าเป็นรูปครึ่งวงกลม หาดขาวสะอาดตลอดแนว และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของบรรดาเกาะทั้งหลายในทะเลสตูล ส่วน หาดชาวเล หรือ หาดหน้าเกาะ ตั้งอยู่บริเวณหน้าเกาะ เป็นชายหาดทอดยาวหลายร้อยเมตร มองเห็นหน้าเกาะอาดังซึ่งอยู่ห่างเพียง 800 เมตร ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

 
          การท่องเที่ยวหมู่เกาะตะรุเตา ถ้าจะให้สะดวกโยธินล่ะก้อ ลองดูเป็นแพ็คเกจทัวร์ที่รวมทั้งที่พัก อาหาร และทัวร์ดำน้ำด้วยจะดีมากเลย สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวเพราะทุกอย่างรวมอยู่ในแพ็คเกจอยู่แล้ว เรามีหน้าที่เที่ยวให้สนุกเท่านั้นพอ อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวแบบดำน้ำไม่ว่าจะเป็นหมู่เกาะใดก็ตาม สิ่งสำคัญควรเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม เลือกอุปกรณ์ดำน้ำที่เหมาะสมและพอดีกับเรา สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งก่อนลงน้ำ เอาล่ะครับมาถึงบรรทัดนี้ ผมก็ขอให้ท่านผู้อ่านมีความสุขกับหาดทราย สายลม กับคนรู้ใจ ณ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เพชรเม็ดงามแห่งท้องทะเลอันดามันใต้

เรื่อง / ภาพ  : ละไมไทยแลนด์ดอทคอม
                      มกราคม 52





ละไม ไทยแลนด์

ท่องทะเลตรัง สวรรค์อันดามัน
100 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
กระบี่ กับ 10 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
10 ความเป็นที่สุดในไทย
9 อัศจรรย์สมุทรปราการ
พระธาตุสี่เมืองอีสาน
10 หาดสวย ทะเลใส ไม่ไกลกรุง
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
มหัศจรรย์สีเขียว เที่ยวแม่ฮ่องสอน
โรแมนติก“ตรัง”
เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน
ไปแอ่วเจียงฮายกั๋น
12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน
12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน # 2
12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน # 3
พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร จังหวัดสุพรรณบุรี
แนะเที่ยวแนะชิม เส้นทาง Unseen มุกดาหาร article
ล่องแก่งน้ำเข็ก พิษณุโลก
ท่องเที่ยวหน้าฝน อุบลฯ - ศรีสะเกษ article
บึงกาฬ จังหวัดใหม่ กับ 10 สุดยอด
อันดามัน มุมมองทางอากาศ
หมู่เกาะสุรินทร์
เกาะรอก – เกาะลันตา
กระบี่ Miracle @ Krabi
มหัศจรรย์แม่น้ำโขง "สามพันโบก"
ปาย article
เมืองสามหมอก
ปางอุ๋ง ปลายฝนต้นหนาว 1.1 article
ปางอุ๋ง ปลายฝนต้นหนาว 1 article
ปายแห่งเมืองสามหมอก ...มนต์เสน่ห์ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 2 article
10 อุทยานแห่งชาติทางทะเล น่าเที่ยว...ร้อนนี้
กระบี่ “ เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก”
เกาะลันตา จ.กระบี่ Part II
เกาะลันตา Part I
ไหว้พระธาตุประจำปีเสือ จ.แพร่
ยอดเขาโมโกจู อช.แม่วงก์
5 ทุ่งดอกไม้งามแห่ง...อีสานใต้
10 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ..หนาวนี้ article
วงรอบเชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน ความงดงามที่ไม่เปลี่ยนแปลง
เที่ยวกระบี่ สวยบาดตา....ราคาบาดใจ ตอนที่ 2
เที่ยวกระบี่ สวยบาดตา....ราคาบาดใจ ตอนที่ 1
หมู่เกาะสิมิลัน
เที่ยวแดนอีสานเหนือ หนองบัวลำภู-เลย
ผจญภัย หัวใจสีเขียว
4 วิธีเที่ยวไทย หัวใจประหยัดพลังงาน
เที่ยวตามทาง พัทยา - สัตหีบ
ผามออีแดง อช.เขาพระวิหาร
เมื่อลมหนาวมาเยือน ได้เวลาชมทะเลหมอก article
วันเดียว เที่ยวนครปฐม+ราชบุรี
เกาะแก้วพิสดาร
ล่องแก่งป่าต้นน้ำ ที่อุ้มผางคี
สองล้อ...สองน่อง...ท่องอำนาจ
ทะเลสวย ที่กระบี่
สองวัน ที่โคราช
รับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม
ล่องแก่งน้ำเข็ก พิษณุโลก