ReadyPlanet.com
ละไม มิวสิค
ละไม ไทยแลนด์
ละไม วาไรตี้
ละไม ต่างแดน
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา




10 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ..หนาวนี้ article

 

ดอยผาตั้ง  จ.เชียงราย

 

เป็นจุดชมทะเลหมอกและชมวิวแนวพรมแดนไทย-ลาวที่สวยงามแห่งหนึ่งของไทย อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,800 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น รถยนต์สามารถขึ้นเกือบถึงจุดชมวิวบริเวณเนินร้อยสามได้ บนจุดชมวิวจะเป็นแนวเขาซึ่งชมวิวได้ตลอดแนว นอกจากนั้นบนดอยยังมีจุดที่น่าสนใจ คือ ผาบ่อง ประตูสยามสู่ลาว เป็นช่องหินขนาดใหญ่คนเดินลอดได้อยู่ในแนวหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวได้ ช่องเขาขาด เป็นช่องเขาที่หินขาดจากกันมองเห็นแม่น้ำโขงพาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ดอกนางพญาเสือโคร่งและดอกเสี้ยวจะบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า


การเดินทาง   จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัยพญาเม็งราย บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020 ) 45 กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวงหมายเลข 1155 ) 17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน

 

ภูชี้ฟ้า  จ.เชียงราย

เป็นยอดเขาที่มีลักษณะแหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว เป็นส่วนหนึ่งของดอยผาหม่นเช่นเดียวกับดอยผาตั้ง อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม และชมความสวยงามของเทือกเขาสลับซับซ้อน นักท่องเที่ยวควรขึ้นไปชมทะเลหมอกบนยอดภูตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเมื่อฟ้าเริ่มสว่างจะทำให้เห็นสายหมอกค่อย ๆ ก่อตัวเป็นภาพต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการสวยงามมาก บนยอดภูชี้ฟ้า เป็นทุ่งหญ้ากว้าง แซมด้วยทุ่งโคลงเคลงที่มีดอกสีชมพูอมม่วง ซึ่งจะบานระหว่างเดือนกรกฎาคม-เดือนมกราคม

 

การเดินทาง อยู่ห่างจากเชียงราย 111 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 เข้าสู่อำเภอเทิง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 1155 จนถึงทางแยกขวาขึ้นสู่ภูชี้ฟ้า หรือใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายเชียงราย-เทิง ลงรถที่อำเภอเทิง จากนั้นเช่ารถขึ้นไปภูชี้ฟ้า การเดินทางไปภูชี้ฟ้าโดยรถตู้ประจำทางสาย2402 เชียงราย-บ้านร่มฟ้าไทย(ภูชี้ฟ้า) ที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงราย ทุกวัน เวลา 7.15.และ13.15. คนละ 80 บาท [บริษัท ก.สหกิจเดินรถ จำกัด โทร. 0 5374 2429-31]

 

ดอยอินทนนท์  จ.เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ทั้งหมด 482 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตสามอำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง และอำเภอสันป่าตอง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่  ดอยอินทนนท์ มีความสูงถึง 2,565 เมตร นับเป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีสภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย

 

พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ  ระหว่างทางนักท่องเที่ยวสามารถแวะกราบพระมหาธาตุนี้ได้ ตั้งอยู่ก่อนถึงยอดดอยอินทนนท์ บริเวณกิโลเมตรที่ 41.5 สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทย พระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2530    และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ  สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ.2535  เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษาครบห้ารอบของทั้งสองพระองค์

 

การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 106 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตูเชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่าง ๆต้องเหมาไปคันละประมาณ 800 บาท

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์   คนไทย  ผู้ใหญ่  40 บาท เด็ก   20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ และจ.แม่ฮ่องสอน

       ตั้งอยู่ในพื้นที่ครอบคลุมอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย  ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง มีฝนตกชุกในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 34 องศาเซลเซียส

จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) อยู่บริเวณที่ทำการอุทยาน เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว คอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ หมอกที่เกิดขึ้นในหุบเขา เนื่องจากเวลากลางคืนในหุบเขาอุณหภูมิจะลดต่ำลง ทำให้เกิดการกลั่นตัวเป็นละอองน้ำ และปรากฏเป็นทะเลหมอกในเวลาเช้าหรือหลังฝนตก ในช่วงปลายฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับ ดอกไม้กำลังบานสะพรั่งสวยงามมาก   นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่อยู่ในเขตอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกห้วยน้ำดัง โป่งน้ำร้อนท่าปาย  น้ำตกแม่เย็น  

การเดินทาง ไปยังอุทยานฯ จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ระยะทางประมาณ 37 กิโลเมตร ถึงตลาดแม่มาลัย อ.แม่แตง แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 สายเชียงใหม่-ปาย อีกประมาณ 65 กิโลเมตร ถึงด่านตรวจอุทยานฯ ซึ่งอยู่ด้านขวามือเข้าไปอีก 6 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ และหากเดินทางต่อไปอีก 1 กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  หรือเดินทางโดยรถประจำทางจากสถานีขนส่งเชียงใหม่ สายเชียงใหม่-ปาย อัตราค่าโดยสาร 40 บาท/คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

สอบถามรายละเอียด  อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง หมู่ที่ 5 ตำบลกี๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทร. 0 5347 1669

วนอุทยานภูลังกา จ.พะเยา

        สัมผัสทะเลหมอก ดอกไม้ป่า พิชิตภูลังกา ภูนม ชมอาทิตย์ขึ้นลง เข้าดงก่อโบราณ กังวาลเสียงนก น้ำตกสวยใส ประทับใจดอกโคลงเคลงดอยภูลังกา ภาษาชาวเขาเผ่าเมี่ยน เรียกว่า "ฟินจาเบาะ" หมายความว่า "ภูเทวดา" เป็นยอดดอยที่สวยงามมีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว ด้านทิศเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 7,800 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลผ่าช้าง อ.ปง จ.พะเยา สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขา เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำยม มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากชมทะเลหมอกดวงอาทิตย์ขึ้นลง และดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีถ้ำหลบภัยของ ผกค.ในอดีต มีน้ำตกสวยงาม

 

          นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้หายากเช่น ต้นชมพูภูพาน เนียมแดง เอื้องสีตาล เทียนธารา สัตฤาษี เป็นต้น  สำหรับสัตว์ป่ามีจำนวนมากกว่า 100 ชนิด เช่น เสือโคร่ง หมี กวาง เก้ง หมูป่า งูจงอาง ผีเสื้อ เป็นต้น สำหรับนกป่าประจำถิ่นและนกอพยพ ซึ่งสวยงามมีมากกว่า 200 ชนิด เช่น นกพญาไฟ นกเป้า เป็นต้น จึงเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ลักษณะภูมิอากาศในช่วงฤดูหนาวอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 7 องศา สูงสุดเฉลี่ย 35 องศามีฝนตกชุกในช่วงฤดูฝน

ข้อจำกัดของวนอุทยานภูลังกา
1. เส้นทางรถยนต์ในเขตวนอุทยานเป็นทางดินแดงขึ้นเขาสูงแคบชั้นโค้งคดเคี้ยว ขึ้นได้เฉพาะกับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น
2. รถยนต์ธรรมดาสามารถขึ้นได้ถึงห้องเรียนธรรมชาติของวนอุทยานภูลังกาและสามารถเดินป่าตามเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
3.ในเขตวนอุทยานไม่มีไฟฟ้าควรจัดเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างให้พร้อม
4. ในเขตวนอุทยานห้ามทิ้งขยะนักท่องเที่ยวต้องนำขยะกลับออกไปทิ้งที่บ้าน
5. อาหารและอุปกรณ์พักแรมควรเตรียมไปให้พร้อม
6.วนอุทยานภูลังกาเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 05.00. ถึง 18.00.

 

การเดินทาง
      จากจังหวัดพะเยา เดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1021 ผ่านอำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน และจนถึงอำเภอเชียงคำ เปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะการเดินทางจากจังหวัดพะเยาถึงวนอุทยานภูลังกาประมาณ 120 กิโลเมตร
      จากจังหวัดเชียงราย เดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1020 ผ่านอำเภอเทิง มาจนถึงอำเภอเชียงคำ เปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะการเดินทางประมาณ 140 กิโลเมตร
การเดินทางขึ้นไปวนอุทยานภูลังกา จากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร จะถึงเส้นทางแยกเข้าวนอุทยานภูลังกา เดินทางขึ้นเขาอีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการสำนักงานวนอุทยานภูลังกา

       สำหรับที่พักและลานกางเต็นท์ มีจำนวนจำกัด ควรติดต่อกับวนอุทยานภูลังกาล่วงหน้าก่อนตั้งโปรแกรมการเดินทาง

 

         วนอุทยานภูลังกา.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา โทร. 0 1883 0307สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15.สิงหไคล ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 โทร. 0 5371 1402 

   

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย

มีพื้นที่ประมาณ 217,576 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองของไทย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์ ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลายทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,350 เมตร เส้นทางขึ้นภูกระดึง ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่จะมีจุดแวะพักที่ ซำหมายถึง บริเวณที่มีแหล่งน้ำใต้ดินผุดขึ้นมา แต่ละจุดมีเครื่องดื่มและอาหารบริการ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะปิดระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน ทุกปี เพื่อให้สภาพธรรมชาติฟื้นตัว และปรับปรุงสถานที่พักสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว

 

ผานกแอ่น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมากแห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นมีดอกกุหลาบป่าขึ้นเป็นดงใหญ่ ซึ่งบานสะพรั่งในเดือนมีนาคม-เมษายน

 

ผาหล่มสัก เป็นลานหินกว้าง และมีสนต้นใหญ่อยู่ใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกได้ชัดเจนที่สุด จึงทำให้นักท่องเที่ยว ช่างภาพนิยมไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ผาแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึง

 

การเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-เลย แล้วลงที่ผานกเค้า ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างชุมแพ-ภูกระดึง จากจุดนี้จะมีรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติ ภูกระดึงหรือหากนักท่องเที่ยวใช้รถประจำทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมแพแล้วลงที่ตลาดชุมแพแล้วต่อรถสายชุมแพ-ผานกเค้า ไปลงที่ผานกเค้า ซึ่งจะมีรถสองแถวไปที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าสู่ยอดภูกระดึงระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถส่วนตัวจากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางหมายเลข 201(เลย-ภูกระดึง) ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 75 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 อีก 8 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็ก 10 บาท และบริการลูกหาบสัมภาระ กิโลกรัมละ 10 บาท นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์และบ้านพักได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ โทร.0 4287 1333 หรือติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760

 

อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย

ภูเรือเป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือมีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 75,525 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2522 เดือนที่เหมาะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม ถึงมีนาคม

 

ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติและสนสามใบที่เป็นสนปลูก

 

ผาโหล่นน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน

 

ผาซำทอง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว จึงเรียกว่า ผาซำทอง

 

น้ำตกห้วยไผ่ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า ซึ่งหินเหล่านี้มีรูปร่างตามชื่อเรียก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้เล็กๆขึ้นอยู่ทั่วไปน่าชมมาก

 

 การเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (เลย-ภูเรือ) ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตร 49-50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปเป็นทางลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้ และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ

ติดต่อสอบถาม  อุทยานแห่งชาติภูเรือ โทร. 0 4288 4144


อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และปราจีนบุรี  มีพื้นที่ทั้งหมด 2,168 ตารางกิโลเมตร ในเทือกเขาพนมดงรัก เขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย เมื่อ พ.. 2505  สภาพป่าประกอบด้วย ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบชื้น ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ เขาร่ม สูง 1,351 เมตร จากระดับความสูงของพื้นที่และความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบ ทำให้เขาใหญ่มีอากาศเย็นสบายแม้ในฤดูร้อน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส

    

            ผืนป่าเขาใหญ่ยังมีสัตว์ป่าที่สามารถพบเห็น ได้แก่ เก้ง กวาง ช้างป่า หมีควาย หมูป่า ชะนี เม่น รวมทั้งเสือโคร่ง กระทิงและเลียงผาซึ่งก็มีถิ่นอาศัยอยู่ที่เขาใหญ่เช่นกัน กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และส่องสัตว์ในยามค่ำคืนจึงเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนก ผีเสื้อ และแมลงต่าง ๆ อีกด้วย

 

น้ำตกผากล้วยไม้ เป็นน้ำตกขนาดกลางในห้วยลำตะคอง ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงโดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า บริเวณน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้

 

น้ำตกเหวสุวัต ตั้งอยู่สุดถนนธนะรัชต์ รถเข้าถึง จากลานจอดรถเดินลงไปเพียง 100 เมตร หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปประมาณ 3 กิโลเมตร สายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก ไหลแรง และเย็นจัด นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังอันตราย

 

น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุดของอุทยานฯ อยู่ห่างจากที่ทำการฯลงมาทางทิศใต้ทางที่จะลงไปปราจีนบุรี โดยต้องเดินเท้าแยกจากทางสายหลักไปประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิวที่มีมุมมองเห็นน้ำตกได้สวยงาม น้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร ในฤดูฝน สายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่างจะแรงมากจนน่ากลัว บริเวณน้ำตกเหวนรกเป็นเขตหากินของช้างป่า ซึ่งช้างมักจะไม่เปลี่ยนเส้นทางหากิน จึงมักเกิดเหตุช้างพลัดตกเหวอยู่เนือง ๆ

 

การเดินทาง   สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ แยกจากถนนมิตรภาพตรง กิโลเมตรที่ 56 ไปตามถนนธนะรัชต์ประมาณ 23 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งคือ จากกรุงเทพฯ-แยกหินกอง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก-ปราจีนบุรี) ถึงสี่แยกเนินหอมใช้ทางหลวง 3077 ไปถึงเขาใหญ่ เส้นทางที่สองค่อนข้างชันเหมาะที่จะใช้เป็นทางลงมากกว่า

หากโดยสารรถประจำทางจากกรุงเทพฯ ให้ลงที่อำเภอปากช่องแล้วต่อรถสองแถวขึ้นเขาใหญ่ บริเวณหน้าตลาดปากช่องรถจะไปถึงตรงแค่ด่านเก็บเงิน ค่ารถ 15 บาท มีบริการระหว่างเวลา 6.00-17.00. จากนั้นต้องโบกรถขึ้นไปยังที่ทำการฯ หรือจะเช่ารถจากปากช่องเลยก็ได้

 

สอบถามรายละเอียด  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760

 

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

            มีพื้นที่ทั้งหมด 603,750 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อสองจังหวัด ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาน จังหวัดชัยภูมิ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.. 2515 สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินป่าศึกษาธรรมชาติอันบริสุทธิ์และสัมผัสอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส

 

จุดชมวิวถ้ำผาหงษ์  ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 10 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไป 500 เมตรถึงลานจอดรถ จะพบบันไดทางขึ้นไปยังจุดชมวิวจำนวน 259 ขั้น บนยอดเขามีหินตะปุ่มตะป่ำอยู่ทั่วไป มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล เหมาะในการชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น 


สวนสนบ้านแปก (ดงแปก) ทางเข้าอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 49 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตามธรรมชาติ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าสนสองใบ โดยเริ่มจากปากทางเข้าตัวอุทยานฯ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์เข้าไปได้ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วจะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 500 เมตร


สวนสนภูกุ่มข้าว  ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 53 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ มีทางแยกจากกิโลเมตรที่ 53 ถึงสนภูกุ่มข้าวไปอีกเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสามใบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ

 

 

น้ำตกเหวทราย  ทางเข้าอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 67 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินเท้า 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดที่เกิดขึ้นจากห้วยสนามทรายซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตแดนตามธรรมชาติระหว่างอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีความสูง 20 เมตร บริเวณลำห้วยใต้น้ำตกมีแอ่งน้ำ สามารถเล่นน้ำได้  สายน้ำตกมีน้ำมากในช่วงฤดูฝนถึงเดือนพฤศจิกายน

 

การเดินทาง การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสี่แยกหล่มสักประมาณ 39 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ หากเดินทางโดยรถประจำทาง  สามารถขึ้นรถโดยสารสายชุมแพ-หล่มสัก จากอำเภอชุมแพ หรืออำเภอหล่มสักซึ่งมีรถออกทุกชั่วโมง รถจะผ่านหน้าทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ  ค่าโดยสารจากอำเภอหล่มสักมาถึงปากทางเข้าอุทยานฯ ประมาณ 40 บาท ในช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม จะมีรถท้องถิ่นให้บริการจากที่ทำการอุทยานฯไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในอุทยานฯ คิดราคาเช่าเหมาประมาณวันละ 1,800 บาท

 

อัตราค่าเข้าอุทยานฯ  นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ ราคา 20 บาท เด็ก ราคา 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ราคา 400 บาท เด็ก ราคา 200 บาท
สอบถามรายละเอียด  อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว โทร. 0 5672 9002 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760

 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์

มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรีและปราณบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น

 

ทะเลสาบ  มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร  มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ  นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อน หรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ 

 

พะเนินทุ่งแคมป์  เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยงามจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอก ควรเป็นแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน ก่อนขึ้นชมทะเลหมอก ต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง  โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท

 

น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร  มีความสูง 9 ชั้น แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น 

 

การเดินทาง
รถยนต์
  จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง  แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ
รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ 

 

ติดต่อสอบถาม  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760   หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293

 

ข้อมูล - ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เรียบเรียง     :  ละไมไทยแลนด์ดอทคอม

 




ละไม ไทยแลนด์

ปลาหางนกยูงเกรดสวยงาม
การแพร่พันธุ์ปลาหางนกยูง
ปลาหางนกยูงสวยงาม เลี้ยงง่าย โตไว
น้ำหอม PLAY ซีรีย์
กางเกงยีนส์ ราคาประหยัด
10 ความเป็นที่สุดในไทย
100 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
กระบี่ กับ 10 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ท่องทะเลตรัง สวรรค์อันดามัน
9 อัศจรรย์สมุทรปราการ
พระธาตุสี่เมืองอีสาน
10 หาดสวย ทะเลใส ไม่ไกลกรุง
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
มหัศจรรย์สีเขียว เที่ยวแม่ฮ่องสอน
การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน อายุไม่เกิน 16 ปี
โรแมนติก“ตรัง”
เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน
ไปแอ่วเจียงฮายกั๋น
12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน
12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน # 2
12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน # 3
พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร จังหวัดสุพรรณบุรี
แนะเที่ยวแนะชิม เส้นทาง Unseen มุกดาหาร article
ล่องแก่งน้ำเข็ก พิษณุโลก
ท่องเที่ยวหน้าฝน อุบลฯ - ศรีสะเกษ article
บึงกาฬ จังหวัดใหม่ กับ 10 สุดยอด
อันดามัน มุมมองทางอากาศ
หมู่เกาะสุรินทร์
เกาะรอก – เกาะลันตา
กระบี่ Miracle @ Krabi
มหัศจรรย์แม่น้ำโขง "สามพันโบก"
ปาย article
เมืองสามหมอก
ปางอุ๋ง ปลายฝนต้นหนาว 1.1 article
ปางอุ๋ง ปลายฝนต้นหนาว 1 article
ปายแห่งเมืองสามหมอก ...มนต์เสน่ห์ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 2 article
10 อุทยานแห่งชาติทางทะเล น่าเที่ยว...ร้อนนี้
กระบี่ “ เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก”
เกาะลันตา จ.กระบี่ Part II
เกาะลันตา Part I
ไหว้พระธาตุประจำปีเสือ จ.แพร่
ยอดเขาโมโกจู อช.แม่วงก์
5 ทุ่งดอกไม้งามแห่ง...อีสานใต้
วงรอบเชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน ความงดงามที่ไม่เปลี่ยนแปลง
เที่ยวกระบี่ สวยบาดตา....ราคาบาดใจ ตอนที่ 2
เที่ยวกระบี่ สวยบาดตา....ราคาบาดใจ ตอนที่ 1
อันดามันใต้ ตะรุเตา - อาดัง – ราวี – หลีเป๊ะ
หมู่เกาะสิมิลัน
เที่ยวแดนอีสานเหนือ หนองบัวลำภู-เลย
ผจญภัย หัวใจสีเขียว
4 วิธีเที่ยวไทย หัวใจประหยัดพลังงาน
เที่ยวตามทาง พัทยา - สัตหีบ
ผามออีแดง อช.เขาพระวิหาร
เมื่อลมหนาวมาเยือน ได้เวลาชมทะเลหมอก article
วันเดียว เที่ยวนครปฐม+ราชบุรี
เกาะแก้วพิสดาร
ล่องแก่งป่าต้นน้ำ ที่อุ้มผางคี
สองล้อ...สองน่อง...ท่องอำนาจ
ทะเลสวย ที่กระบี่
สองวัน ที่โคราช
รับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม
ล่องแก่งน้ำเข็ก พิษณุโลก