ละไม มิวสิค
ละไม ไทยแลนด์
ละไม วาไรตี้
ละไม ต่างแดน
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา




พระราชวังสนามจันทร์

Sanam Chandra Palace

พระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ห่างจากกรุงเทพฯ ลงไปทางใต้ 56 กิโลเมตร บริเวณที่เป็นพระราชวังสนามจันทร์ อยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ ไปทางตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในอาคารบริเวณซึ่งเดิมเรียกว่า เนินปราสาท สันนิษฐานว่า เดิมคงเคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์ในสมัยโบราณ ใกล้กับเนินปราสาทมีสระน้ำใหญ่อยู่แห่งหนึ่งเรียกว่า สระน้ำจันทร์ อยู่หน้าโบสถ์พราหมณ์

 

ครั้นต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังที่ประทับขึ้น ณ เมืองนครปฐม เป็นสถานที่สำหรับแปรพระราชฐานในโอกาสเสด็จฯ มาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ และเพื่อประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ทรงเลือกจังหวัดนครปฐม ด้วยเหตุที่ทรงคุ้นเคยกับภูมิประเทศของเมืองนี้ ทรงเห็นว่าบริเวณเนินปราสาทนั้น ทำเลเหมาะ จึงได้จัดสร้างพระราชวังขึ้น แล้วทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งต่อมาได้เลื่อนยศเป็น พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ ( น้อย ศิลปี ) เป็นผู้ออกแบบและดำเนินการก่อสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นเมื่อพ.ศ. 2450 ซึ่งตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 การก่อสร้างพระที่นั่ง และพระตำหนักต่าง ๆ ได้ดำเนินการติดต่อกันนานถึง 4 ปี จึงแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2454 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงพระราชทานนามว่า “พระราชวังสนามจันทร์ “

 

ภายในประกอบด้วยพระที่นั่งและพระตำหนักต่าง ๆ

พระที่นั่งพิมานปฐม (Bhimarn Prathom Residence) เป็นพระที่นั่งองค์แรกที่สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 2450 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น แบบตะวันตก แต่ดัดแปลงให้เหมาะกับเมืองร้อน ช่องระบายลมและระเบียงลูกกรงโดยรอบฉลุเป็นลวดลายตามแบบไทยอย่างประณีตงดงาม

 

ชั้นบนประกอบด้วยห้องต่าง ๆ คือ ห้องบรรทม ห้องสรง ห้องบรรณาคม ห้องภูษา ห้องเสวย และห้องพระเจ้า ซึ่งเป็นหอพระ มีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาอยู่องค์หนึ่ง และยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังฝีมือพระยาอนุศาสน์จิตรกร(จันทร์ จิตรกร) ซึ่งงดงามมาก

 

พระที่นั่งองค์ใช้เป็นที่ประทับ (โดยเฉพาะก่อนเสด็จฯ ขึ้นเถลิงถวัลราชย์สมบัติจนถึงปี พ.ศ.2458) ที่ทรงพระอักษร ที่เสด็จออกขุนนาง ที่รับรองพระราชอาคันตุกะ และออกให้ราษฎรเข้าเฝ้าฯ มากกว่าพระที่นั่งและพระตำหนักองค์อื่น

 

พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ (Samakkeemukamartaya Hall) เป็นพระที่นั่งที่เชื่อมต่ออยู่กับพระที่นั่งวัชรีรมยา โดยมีโถงใหญ่และหลังคาของพระที่นั่งทั้งสององค์เชื่อมติดต่อกัน เครื่องประดับตกแต่งหลังคาเหมือนกัน แต่องค์พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ เป็นพระที่นั่งทรงไทยแบบศาลาโถงองค์ใหญ่ชั้นเดียว หน้าบันอยู่ทางทิศเหนือเป็นรูปจำหลักท้าวอมรินทราธิราชประทานพร ประทับอยู่ในพิมานปราสาทสามยอด พระหัตถ์ขวาทรงวชิระ พระหัตถ์ซ้ายประทานพร แวดล้อมด้วยบริวาร ประกอบด้วยเทวดาและมนุษย์ห้าหมู่

 

พระที่นั่งองค์นี้ สำหรับเป็นที่ออกงานสโมสรสันนิบาต เสด็จฯออกขุนนางเพื่อปรึกษาข้อราชการ เป็นที่อบรมกองเสือป่า และเป็นที่แสดงโขนละครต่าง ๆ พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ มีพื้นที่กว้างขวางจุคนได้มาก จึงมีชื่อเรียกติดปากชาวบ้านว่า “โรงโขน”

 

            พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ (Chaleemongkolasana Residence) มีลักษณะคล้ายปราสาทขนาดย่อม สถาปัตยกรรมแบบเรเนอซองส์ (Resnaissance)ของฝรั่งเศส ผสมผสานกับอาคารแบบฮาล์ฟ ทิมเบอร์ (Half Timbered) ของอังกฤษ แต่ดัดแปลงให้เหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2451 โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ

 

            ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงพระราชทานนาม

ว่า “ พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ “ และโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนัก เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2460

 

            พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เป็นพระตำหนักสองชั้น ทาสีไข่ไก่ หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีแดง

ชั้นบนมีห้องทรงพระอักษร ห้องบรรทม และห้องสรง ชั้นล่างทางทิศตะวันตก เป็นห้องรอเฝ้าฯ และเคยใช้เป็นสำนักงานชั่วคราวในการออกหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิตรายสัปดาห์ พระตำหนักแห่งนี้ พระองค์ทรงใช้เป็นที่ประทับในฐานะที่ทรงเป็นผู้บัญชาการเสือป่า เมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า ณ พระราชวังสนามจันทร์

 

            ด้านหน้าของพระตำหนักชาลีฯ มีอนุสาวรีย์ย่าเหล (Statue of Yalae) ซึ่งเดิมเป็นสุนัขของหลวงชัยอาญา ผู้ควบคุมนักโทษในขณะนั้น เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ตรวจเรือจำ ทอดพระเนตรเห็น และตรัสชมน่าเอ็นดู ต่อมาหลวงชัยอาญา จึงน้อมเกล้าฯ ถวาย จึงทรงรับมาเลี้ยงและพระราชทานนามว่า “ ย่าเหล “

 

            “ ย่าเหล “ มีความเฉลียวฉลาด และมีความจงรักภักดี ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในราชสำนักใกล้ชิดพระยุคลบาท จนคืนหนึ่ง “ ย่าเหล ” ได้หนีเที่ยวตามวิสัยสัตว์ และได้กัดกับสุนัขอื่น ในบริเวณกรมทหาร มหาดเล็กรักษาพระองค์ และพลัดถูกลูกกระสุน ซึ่งทหารผู้หนึ่งได้ยิงปืนออกมาเมื่อได้ยินเสียงสุนัขกัดกัน และไม่ทราบว่าลูกกระสุนนั้นพลัดไปถูก “ ย่าเหล “   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เศร้าสลดพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพให้ “ ย่าเหล “  พร้อมกับให้สร้างอนุสาวรีย์ “ ย่าเหล ” และทรงพระราชนิพนธ์คำไว้อาลัย ณ บริเวณด้านหน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์

 

            พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ (Mareerajaratabulung Residence) ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2459 โดยสถาปนิกผู้ออกแบบคือ หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นพระตำหนักสองชั้น สร้างด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง มีสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคของทางตะวันตก มีฉนวนทางเดินทำเป็นสะพานข้ามคูน้ำเชื่อมต่อกับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ โดยทั้งพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ และสะพานเชื่อมพระตำหนักนั้น เป็นกลุ่มอาคารที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลพระราชหฤทัยจากบทละครเรื่อง My Friend Jarlet ซึ่งทรงแปลบทละครเรื่องนี้เป็นภาษาไทยชื่อว่า “มิตรแท้” โดยทรงนำชื่อตัวละครในเรื่องมาเป็นชื่อของพระตำหนัก

             

            เทวาลัยคเณศร์ (Ganesa Shrine) ตั้งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเทวาลัยคเณศร์ เพื่อเป็นศาลเทพารักษ์สำหรับพระราชวังสนามจันทร์ เป็นที่ประดิษฐานพระคเณศร์ หรือพระพิฆเนศวร เทพเจ้าผู้มีเศียรเป็นช้าง ซึ่งเป็นเจ้าแห่งศิลปะวิทยาการ การประพันธ์ และเป็นผู้ขจัดอุปสรรคทั้งมวล พระองค์ทรงโปรดศิลปะวิทยาการและการประพันธ์เป็นพิเศษ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเทวาลัยคเณศร์ไว้ ณ ที่อันเป็นศูนย์กลางของพระราชวังสนามจันทร์ สำหรับบวงสรวง และเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งพระราชวังสนามจันทร์ และเมื่อมองจาก พระที่นั่งพิมานปฐมจะเห็นองค์พระปฐมเจดีย์ เทวาลัยคเณศร์ และ พระที่นั่งพิมานปฐมอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน

 

พระตำหนักทับขวัญ ( Thub Kwan Residence ) เป็นเรือนไทยที่สมบูรณ์แบบ นายช่างผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง คือ พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ ( น้อย ศิลปี ) ประกอบด้วย กลุ่มเรือน 8 หลัง ได้แก่ เรือนใหญ่ 4 หลัง เรือนเล็ก 4 หลัง ซึ่งได้สร้างให้หันหน้าเข้าหากัน 4 ทิศ เรือนหลังใหญ่เป็นหอนอน 2 หอ อีก 2 หลังเป็นเรือนโถง และเรือนครัวซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนเรือนเล็ก 4 หลังนั้น ตั้งอยู่ตรงมุม 4 มุมละ 1 หลัง ได้แก่ หอนก 2 หลัง เรือนคนใช้ และเรือนเก็บของ เรือนทุกหลังมีชานเรือนเชื่อมกันโดยตลอด บริเวณกลางชานเรือนปลูกต้นจันไว้ให้ร่มเงา

 

พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อรักษาศิลปะแบบบ้านไทยโบราณ พระตำหนักทับขวัญ เป็นเรือนไม้กระดาน ฝาเรือนทำเป็นฝาปะกนกรอบลูกฟัก ฝีมือประณีต เชิงชายและไม้ค้ำยันสลักเสลาสวยงาม หลังคาแต่เดิมมุงด้วยจาก หลบหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา ตัวเรือนทุกหลังรวมทั้งพื้นนอกชานทำด้วยไม้สักล้วน ใช้วิธีเข้าไม้ตามแบบฉบับของชาวไทยโบราณ รอบ ๆ บริเวณปลูกไม้ไทยชนิดต่าง ๆ นับเป็นเรือนที่อยู่ในประเภทเรือนคหบดีและมีส่วนประกอบครบ

 

 

 พระราชวังสนามจันทร์

โทร. 034-244 236-7   โทรสาร  034-244 235

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-16.00 น.

เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ มีการแสดงนาฏศิลป์ไทยให้ชม วันละ 1 รอบ เวลา 14.00 น.

กรุณาแต่งกายสุภาพในการเข้าชมวัง

มีบริการให้เช่ารถจักรยาน และรถกอล์ฟ ขับเที่ยวชมภายในบริเวณวัง

 




ละไม วาไรตี้

ซาฟารีเวิลด์ อาณาจักรแห่งความสุข
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
Tawandang German Brewery
พิพิธภัณฑ์วิทย์ฯ คลอง 5 รังสิต
วัดถ้ำเสือ กระบี่
เมืองโบราณ
ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา
มาดามทุสโซ่ กรุงเทพฯ
ตรุษจีน
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
พิพิธภัณฑ์โชคชัย
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
TAWANDANG MICROBREWERY SINGAPORE
วัดเล่งเน่ยยี่ 2
ตุ๊กตุ๊กหัวกบ แลเมืองตรัง
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
ศิลป์แผ่นดิน (Arts of the Kingdom)
อันเดอร์ วอเตอร์ เวิลด์ พัทยา
อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม ราชบุรี
พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี
พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
พระที่นั่งอนันตสมาคม
วิถี..ดั้งเดิม และพิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา
พิพิธภัณฑ์อนันต์ชัยไทยโบท
FLIGHT OF THE GIBBON ชะนี....เหิรเวหา
มหัศจรรย์โลกใต้ท้องทะเลในกรุงเทพฯ article
ท้องฟ้าจำลอง
แดนดิน..ถิ่นไดโนเสาร์
Chiang Mai Zoo Aquarium
สิ่งมงคลคู่ตรุษจีน เสริมความเฮง
อันดามัน ชื่อนี้มีที่มา..
เบิร์จ กาลิฟา ตึกสูงที่สุดในโลกแห่งใหม่
เขาดินวนา” ครบรอบ 71 ปี
ขนมจีนเส้นสด กระบี่
วันฮาโลวีน (Halloween)
Night Dive กุ้งลายหินอ่อน
คริสต์มาส
เที่ยวปลอดภัยในหน้าหนาว
ปางอุ๋ง ปาย มันส์ ฮา
เมื่อปลาใหญ่ไล่ล่าปลาเล็ก
ไหว้พระ ที่สระบุรี
ถ่ายภาพเมื่อ ฟ้าหม่น ทะเลหมอง
ตำนาน ดอกกุหลาบ
แสตมป์ทองคำ
หัตถศิลป์ ศิลปาชีพ เทิดพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
เรื่องของเต่าทะเล
โครงการทำความสะอาดบ้านปลาทะเลตรัง
Amazing Balloon Amazing Festival Korat